พาลุย Wall Art ย่านเจริญกรุง

ย่านเจริญกรุงจัดเป็นย่านอยู่อาศัยที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย แต่เดิมบริเวณนี้ก็มีศิลปินมาวาด Wall Art ไว้เป็นสีสันของย่านนี้อยู่แล้ว และเมื่องาน Bukruk  Festival พาศิลปินจากทั่วโลกมาแต่งแต้มให้บริเวณนี้มีสีสันขึ้นมาอีกเป็นกอง  วันนี้เราจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึง Wall Art เท่ห์ๆ และร้านกินร้านนั่ง ที่ให้เราได้พักผ่อนระหว่างเที่ยวชมบริเวณนี้
เริ่มจากนั่ง BTS มาลงที่สถานีตากสิน เมื่อลงจากสถานีฝั่งท่าเรือสาทร บริเวณกำแพงข้างโรงแรมแชงการีล่า เราก็จะเห็น Wall Art ที่แรกเป็นแนวยาวตลอดแนวกำแพง วาดโดยศิลปินชาว Netherland ชื่อ Daan Botlek พิกัด n 13.7191691 e 100.5135975

_DSF6095Daan Botlek

และที่บริเวณใกล้ๆกันยังมีศาลเจ้าเจียวเองเบี้ยว ซึ่งเป็นศาลเจ้าไหหลำ มีอายุกว่า 150 ปีสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชาวจีน 108 คน  ที่ล่องเรือมาค้าขายที่บางรัก แต่ถูกสังหารที่เวียดนามเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นโจรสลัด พิกัด n 13.719146 e 100.513988

_DSF6101ศาลเจ้าเจียวเองเบี้ยว

เป้าหมายต่อไปเราจะไปที่อู่ต่อเรือกรุงเทพ โดยมาที่ถนนเจริญกรุงและมุ่งหน้าไปทางขวา ระหว่างทางเราจะผ่านวัดยานนาวา ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดโบราณที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีจุดเด่นที่มีพระเจดีย์อยู่บนฐานรูปเรืออันหมายถึงยานนาวา ซึ่งรัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นหน้าตาของเรือสำเภาแบบโบราณ พิกัด n 13.717259 e 100.513770

ออกจากวัดยานนาวาเราไปต่อที่บริเวณอู่ต่อเรือกรุงเทพ ที่นี่จะเข้าได้แค่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลา 8.30 – 17.00 น. โดยจะต้องแลกบัตรเข้าไปเพื่อชม แต่จุดเด่นของภาพนี้อยู่ที่สามารถมองเห็นได้จากริมแม่น้ำเจ้าพระยา Wall Art ที่นี่จะเป็นรูปเป็ดลอยน้ำวาดโดยศิลปินชื่อ Nychos จาก Russia พิกัด n 13.715537 e 100.511969

12746347_10207528874712677_752439590_nNychos

จากนั้นเราย้อนกลับมาทางเก่าเพื่อมาที่วัดสวนพลู ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับทางเข้าโรงแรมแชงการีล่า วัดแห่งนี้เดิมเคยชื่อว่าวัดคลองล้อม ต่อมาเมื่อคลองบริเวณนี้ถูกถมไปเพื่อทำถนน ประกอบกับบริเวณนี้เคยเห็นสถานที่ปลูกพลูเป็นจำนวนมากในยุคที่ยังนิยมกินหมากพลู จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นสวนพลู สิ่งที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้คือหมู่กุฏิสงฆ์ไม้ฉลุลายหรือที่เรียกว่าขนมปังขิง ประดับอยู่บนอาคารไม้สองชั้นสีครีมตัดด้วยสีน้ำตาลแดง ฝาไม้ตีซ้อนเกล็ด ชายคาประดับด้วยไม้ฉลุ รวมถึงลายลูกกรงและแผงกันแดดก็เป็นไม้ฉลุเช่นเดียวกัน หมู่กุฏิเหล่านี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นมรดกสถาปัตยกรรมในประเทศไทย จากสมาคมสถาปนิกสยามอีกด้วย พิกัด n 13.7216240 e 100.5151562

_DSF6107วัดสวนพลู

ก่อนออกจากซอยวัดสวนพลูมีร้านคาเฟ่ที่มีการออกแบบเท่ห์ๆ อยู่ชื่อว่า Mazzaro Boutique & Restaurant อาหารร้านนี้มีทั้งอาหารไทยและอาหารอิตาลี โดดเด่นด้วยการตกแต่งจานที่ไม่ธรรมดา เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.30-24.00 น. เหมาะกับการมาทานดินเนอร์แบบสวีทๆ website http://www.mazzarobkk.com พิกัด n 13.721539 e 100.515869

IMG_5873
Mazzaro

จากวัดสวนพลูเราลัดเลาะมาที่แยกเจริญกรุงตัดกับสีลม บริเวณนี้มีร้านอาหารที่อยากจะแนะนำอยู่สองร้าน ร้านแรกคือร้านอาหารมุสลิมที่อยู่คู่กับย่านนี้มานานกว่า 70 ปี ร้านนี้ตั้งอยู่หัวมุมถนนฝั่งทางเข้าโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้ก็คือข้าวหมกแพะ และยังมีมัสมั่นเนื้อ มัสมั่นไก่ มะตะบะ ซุปหางวัว ผัดเครื่องใน หรือจะลองชิมโดนัททอดก็น่าสนใจ ร้านเปิดทุกวันเวลา 07.00-17.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์ที่ 1 และ 3 ของเดือน พิกัด n 13.722493 e 100.516558

_DSF6123ร้านอาหารมุสลิม

อีกร้านนึงที่อยากจะแนะนำคือร้านข้าวขาหมูเจริญแสงสีลม หรือที่รู้จักกันในชื่อขาหมูบางรัก ที่มีอายุเก่าแก่มากว่า 60 ปี ร้านตั้งอยู่ในซอยเล็กๆตรงข้ามกับโรงพยาบาลเลิดสิน เข้าไปในซอยอยู่ทางขวามือ เมนูแนะนำก็แน่นอนต้องเป็นขาหมู มีทั้งคากิ เอ็นข้อคากิ เครื่องใน ก็มีให้เลือกรับประทานกันตามความชอบ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00น. – 13.00 น. เท่านั้น แต่บางวันขายดีๆ อาจหมดก่อนบ่ายโมงก็ได้ ในวันธรรมดาจะมีพนักงานออฟฟิสแถวสีลมมาอุดหนุนกันอย่างเนืองแน่น แต่ถ้าหาที่นั่งได้แลัวได้สั่งอาหารก็จะมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เราไม่ต้องหิ้วท้องหิวรอนาน พิกัด n 13.722734 e 100.516886

_DSF6115เจริญแสงสีลม

เมื่อกินกันอิ่มแล้วเราก็จะไปต่อกันที่ถนนเดโช ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่มี Wall Art อยู่ มาตามถนนสีลมมาเรื่อยๆจนเจอสามแยกเดโชเลี้ยวซ้ายเข้าไปผ่าน Hostel น่ารักๆ สองสามแห่งไปจนถึงตึก AIA ฝั่งตรงข้ามจะเป็นปั๊มน้ำมันร้าง บนกำแพงตึกขวามือจะมี Wall Art อยู่ เป็นผลงานของศิลปินชาวญี่ปุ่นชื่อว่า Motomichi Nakamura พิกัด n 13.7272876 e 100.5250857

_DSF6128Motomichi Nakamura

ออกจากจุดนี้เราเลี้ยวซ้ายมาตามถนนสุรวงษ์ผ่าน Kokotel Bed & Café ที่พักและคาเฟ่ใหม่เอี่ยมตกแต่งและให้บริการในแบบญี่ปุ่น มีอาหารให้บริการหลากหลายทั้ง All day breakfast พาสต้าแซนวิช รวมถึงอาหารญี่ปุ่นอย่างข้าวหน้าปลาไหล ข้าวหน้าปลาดิบ และตบท้ายด้วยของหวานอย่างขนมเค้กแพนเค้กและเครื่องดื่ม โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 07.00 – 20.30 น. website http://www.kokotel.com พิกัด n 13.727680 e 100.524439

IMG_5884
Kokotel

ถัดจาก Kokotel มาไม่ไกลเราจะเห็นอาคารทรงยุโรปภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องสมุดเนลสันเฮส์ (Neilson Hays Library) เป็นห้องสมุดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 ออกแบบโดยสถาปนิกที่ออกแบบพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นอาคารชั้นเดียวแบบนีโอคลาสสิค หลังคาทรงโดมที่หัวเสาสลักลวดลายงดงามและในบริเวณสวนมี Garden Café ที่เป็นทั้ง Art Gallery และร้านกาแฟให้นั่งพักผ่อน โดยมีงานศิลปะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาจัดแสดง คาเฟ่แห่งนี้เปิดบริการทุกวัน โดยวันจันทร์ถึงศุกร์จะเปิดบริการเวลา 8.00 – 18.00 น. เสาร์-อาทิตย์เปิดให้บริการเวลา 9.00 – 18.00 น. website http://neilsonhayslibrary.com พิกัด n 13.7276179 e 100.5230919

_DSF6132Neilson Hays Library

ถัดจากนั้นมาไม่ไกล ก่อนจะถึงแยกมเหสักข์ประมาณ 100 เมตร เราก็จะพบกับ Wall Art อีกแห่งหนึ่ง จุดนี้จะเป็นรูปนางเงือกสีทองบนพื้นดำ อยู่บนตึกข้างกับพื้นที่ร้าง อาจต้องหันหลังกลับไปดูถึงจะเห็นผลงานชิ้นนี้ซึ่งวาดโดยศิลปินชาวกรีซนามว่า Fikos จุดนี้อาจจะถ่ายรูปยากหน่อย แต่ก็คงไม่เกินความสามารถ พิกัด n 13.7262213
e 100.5197978

_DSF6134Fikos

จากแยกมเหสักข์เราเดินทางต่อมาที่ถนนเจริญกรุงอีกครั้ง วกเข้าไปเยี่ยมชมอาสนวิหารอัสสัมชัญ เป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกมีอายุเก่าแก่มากกว่า 200 ปี ตัวอาคารเป็นหินอ่อนประดับด้วยกระจกสีเฟรสโกจากประเทศอิตาลีและฝรั่งเศส ตกแต่งด้วยลายปูนปั้น จากความสวยงามและยิ่งใหญ่ของโบสถ์แห่งนี้ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดในประเทศไทย พิกัด n 13.7232134 e 100.5148974

_DSF6263
อาสนวิหารอัสสัมชัญ

จากอาสนวิหารอัสสัมชัญ เราเดินลัดเลาะออกมาบริเวณใกล้ๆกัน ผ่านสถานทูตฝรั่งเศส เลาะไปทางริมน้ำเจ้าพระยา เราจะได้พบกับอาคารเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่รู้จักกันดีในนามอาคารดับเพลิงบางรัก อาคารแห่งนี้มีอายุมากกว่า 120 ปี เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็น ศุลกสถาน หรือเป็นสำนักงานของศุลกากรนั่นเอง แต่ปัจจุบันอาคารหลังนี้กำลังได้รับการปรับปรุงเพื่อทำเป็นโรงแรม การเข้าไปชมช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก พิกัด n 13.725151 e 100.513861

เมื่อออกจากศุลกสถาน เราก็ย้อนกลับออกมาที่ถนนเจริญกรุง  ผ่านอาคารไปรษณีย์กลาง ที่เป็นอาคารแบบนีโอคลาสสิกที่มีขนาดใหญ่อลังการมาก สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2478 แล้วเข้าไปที่ซอยเจริญกรุง 32 ซึ่งอยู่ด้านข้างของไปรษณีย์กลางบางรัก ในซอยนี้เราจะเห็นผลงาน Wall Art ของ ศิลปินรับเชิญมากมาย ทั้ง Bonus TMC, Alexmardi, Sabek, Phai, Kult, Lolay, Thibaud Tchertchian ที่มาบรรจงแต่งแต้มกำแพงในซอยตันแห่งนี้ให้มีเสน่ห์ขึ้นมา พิกัด n 13.727688 e 100.515113

_DSF6260.jpg
อาคารไปรษณีย์กลาง

_DSF6137
_DSF6143
Bonus TMC

_DSF6142
Lolay

_DSF6144-2
Phai

_DSF6145
Thibaud Tchertchian

_DSF6146
Sakyai

_DSF6147

_DSF6148
Kult

_DSF6149
_DSF6150
Alexmardi

_DSF6139
Sabak

ต่อจากซอยเจริญกรุง 32 เราก็เข้าซอยเจริญกรุง 30 ไปประมาณ 170 เมตร เลยธนาคารเกียรตินาคิน ก่อนถึงทางเลี้ยวขวามองทางด้านซ้ายมือเราจะเห็นผลงานของ Sten & Lex จากอิตาลีอยู่ด้านข้างของอาคารพาณิชย์ที่วาดโดยใช้โทนสีขาวดำแนว abstract ให้เราได้จินตนาการไปได้หลากหลาย พิกัด n 13.7283025
e 100.5143938

_DSF6155
Sten & Lex

ผ่านจากจุดนั้นมาเราก็ไปทางโรงแรมริเวอร์ซิตี้  ก่อนถึงทางเลี้ยวออกไปเจริญกรุง จะมีซอยเล็กๆ พาเราทะลุไปยังโรงเรียนกุหลาบวิทยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์กาลหว่าร์ ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2330 โดยชาวโปรตุเกสที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้รับการบูรณะหลายครั้งจนกลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกทิคที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน พิกัด n 13.7313881 e 100.5132163

_DSF6158
โบสถ์กาลหว่าร์

ต่อมาอีกหน่อยเราจะเห็นธนาคารไทยพาณิชย์สาขาตลาดน้อย อาคารแห่งนี้เป็นสำนักงานแห่งแรกของ บริษัทแบงค์สยามกัลมาจลทุนจำกัด สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2451 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโบซาร์ผสมนีโอคลาสสิค ผู้ออกแบบเป็นคนเดียวกับผู้ออกแบบพระที่นั่งอนันตสมาคม อาคารนี้เข้าชมได้เฉพาะวันที่ธนาคารเปิดทำการ และอนุญาตให้ถ่ายภาพเฉพาะภายนอกเท่านั้น พิกัด n 13.7313077 e 100.5127576

_DSF6166
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย

จากนี้เรามีทางเลือกสองทางระหว่างย้อนกลับมาที่ริเวอร์ซิตี้เพื่อไปชม Wall Art ต่อที่บริเวณซอยเจริญกรุง 28 หรือจะไปทางซอยวานิช 2 ก่อนแล้วค่อยย้อนมาเก็บที่เจริญกรุง 28 ภายหลัง ถ้าเราเลือกที่จะย้อนออกมาทางริเวอร์ซิตี้ เพื่อกลับออกไปที่ถนนจริญกรุง ก็จะไปต่อที่ซอยเจริญกรุง 28 ปากซอยจะเป็น Hostel และร้านกาแฟชื่อ Old Town ที่ผนังสองด้านบริเวณปากซอยนั้นฝั่งตรงข้าม Old Town เป็น Wall Art รูปนกสวมหมวก จะเป็นผลงานของ Saddo ชาวโรมาเนีย ส่วนฝั่ง Old Town จะมีผลงานสองชิ้น ชิ้นแรกจะเป็นผลงานของ Daehyun Kim ชาวเกาหลีคือภาพขาวดำที่อยู่ที่กำแพง และชิ้นที่อยู่บนตึกเป็นรูปนกขี่จักรยานล้อเดียว เป็นผลงานของ Muebon พิกัด n 13.7308879 e 100.5153805

_DSF6241
Saddo

_DSF6244
Daehyun Kim

_DSF6240
Meubon

_DSF6243
Old Town

บริเวณนี้เราสามารถข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามซอยเจริญกรุง 28 (ข้ามระวังหน่อยนะ) จะเป็นซอยเล็กๆ มีภาพแมวที่ศิลปินมาวาดไว้ เป็นภาพแมวน่ารักสองสามตัว ซึ่งศิลปินได้แรงบันดาลใจมาจากแมวที่อยู่บริเวณนั้นเป็นประจำ โดยแต่ละตัวมีชื่ออยู่จริงๆ  ซึ่งถ้าใครโชคดีก็จะเจอน้องเหมียวตัวจริงด้วย พิกัด n 13.730905 e 100.515650

_DSF6246
_DSF6247

เราไปต่อที่ถนนโยธา กลับเข้าไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาตลาดน้อย เลี้ยวขวาเข้าซอยวานิช 2 เข้าสู่ชมชนตลาดน้อย ซ้ายมือจะมีซอยเข้าศาลเจ้าโรงเกือก ในซอยเล็กๆ นี้จะมีภาพเขียนที่มีศิลปินมาเขียนไว้ก่อนหน้า โดยจะมียาวตลอดแนวก่อนถึงศาลเจ้า พิกัด n 13.7329684 e 100.5125203

_DSF6168
_DSF6180
_DSF6177
_DSF6190
_DSF6196ศาลเจ้าโรงเกือก

เมื่อเข้าไปถึงศาลเจ้าจะมีซอยเล็กๆเลี้ยวไปทางขวาจะมีภาพของศิลปินชาวสเปน ชื่อว่า Escif เป็นรูปเก้าอี้หินที่วาดเลียนแบบเก้าอี้ที่ตั้งอยู่บริเวณนั้น

_DSF6186Escif

จากซอยนี้เราสามารถทะลุไปออกที่ศาลเจ้าโจ๋วซือกงได้เลย แต่เราอยากแนะนำให้ออกมาทางเก่าก่อนคือทางซอยวานิช 2 เพื่อจะมาดู Wall Art ที่มีศิลปินมาเขียนเอาไว้ โดยเมื่อเลยซอยเจ้าสัวสอนมาเล็กน้อยก่อนถึงทางเข้าศาลเจ้าโจ๋วซือกง ด้านขวามือจะมีภาพคนจีนเขียนป้ายอยู่ พิกัด n 13.7336322 e 100.5129169 และเมื่อเข้าซอยศาลเจ้าเพื่อที่จะไปชมศาลเจ้าโจ๋วซือกง ระหว่างทางจะเห็นภาพล้อแมกเรียงกันอยู่ พิกัด n 13.7338820 e 100.5124784 ศาลเจ้าโจ๋วซือกงแห่งนี้จัดว่าเป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่ชุมชนตลาดน้อยมายาวนาน พิกัด n 13.7343803 e 100.5117267

_DSF6207คนจีนเขียนป้าย

_DSF6208
ล้อแมก

_DSF6203
ศาลเจ้าโจ๋วซือกง

จากซอยวานิช 2 เรามาทะลุออกถนนทรงวาดเลี้ยวซ้ายมาทางวัดปทุมคงคา ซึ่งเป็นวัดอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรวิหารมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา วัดแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย และมีสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่อายุหลายร้อยปี พิกัด ที่ฝั่งตรงข้ามของวัดจะพบ Wall Art อีกชิ้นสีชมพูโดดเด่นอยู่ทางด้านขวา ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินชาวโรมาเนีย ชื่อว่า Aitch พิกัด n 13.7367275 e 100.5102863 และที่ใกล้ๆกันมีร้านกาแฟเก่าแก่ชื่อซ้งเส็งเข้าไปนั่งสั่งเครื่องดื่มเย็นๆนั่งพักผ่อนคลายร้อนได้เป็นอย่างดี พิกัด n 13.7366096 e 100.5102759

_DSF6212
วัดปทุมคงคา

_DSF6226
ผลงานของ Aitch และร้านซ้งเส็งที่อยู่ใกล้ๆกัน

ไปต่อจากจุดนี้บนถนนทรงวาดจนถึงที่จอดรถสาธารณะอยู่ทางด้านซ้าย จะมี Wall Art จุดสุดท้าย มีอยู่สองภาพด้วยกันตรงจุดนี้ โดยรูปช้างสองตัววาดโดยศิลปินชาวเบลเยียม ชื่อว่า Roa ส่วนอีกด้านเป็นภาพจักรยานวาดโดยศิลปินชาวสเปน ชื่อว่า Aryz พิกัด n 13.7371968 e 100.5089519

_DSF6232
Aryz

_DSF6230Roa

 

นี่ก็คือทั้งหมดของ Wall Art เก๋ๆ ที่อยากแนะนำให้ไปชมกันสำหรับใครที่ขี่จักรยานก็สะดวกหน่อย หรืออยากจะเดินชมเพื่อซึมซับกับวิถีชุมชนก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่ง แต่ถ้าใครอยากจะเริ่มจากการนั่งเรือมาลงที่ท่าน้ำราชวงศ์ ก็จะสามารถไปตามเส้นทางนี้ที่แนะนำได้แบบย้อนกลับ

ใครยังงงเส้นทางก็ดูจากแผนที่นี้ได้เลย กดที่ภาพจะได้รูปใหญ่ขึ้น

bukrukmap

Advertisements

One Comment Add yours

  1. Max Ramamum says:

    เขียนได้ดีทีเดียวเลยครับ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s