วัดเก่าแก่ในเมืองเก่าแพร่

จังหวัดแพร่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ คาดว่าตั้งเมืองมาก่อนสมัยสุโขทัย วัดที่อยู่ในเขตคูเมืองเดิมล้วนแต่เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญ วัดต่างๆเหล่านี้ล้วนแต่มีอายุหลายร้อยปี และยังได้รับการบูรณะซ่อมแซมจะอยู่มาถึงยุคปัจจุบัน ให้เราได้มีโอกาสเห็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ให้ลูกหลานได้เห็น

วัดพงษ์สุนันท์

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่เดิมมีชื่อว่าวัดปงสนุก ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 วิหารเกิดความเสียหายจนทำสังฆกรรมไม่ได้อยู่หลายปี หลวงพงษ์พิบูลย์ (พรหมวงศ์พระถาง) และภรรยา เจ้าสุนันตามหายศปัญญา เป็นผู้นำในการก่อสร้างวิหารใหม่ ทางวัดจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพงษ์สุนันท์ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือพระนอนองค์ใหญ่ ซุ้มประตู 19 ยอด พระประธานอายุกว่า 600 ปี วิหารแก้วที่ภายในประดับไปด้วยแผ่นกระจกเล็กๆ ลักษณะคล้ายวิหารวัดท่าซุงที่จังหวัดอุทัยธานี พิกัด n 18.14392 e 100.13705

วัดหัวข่วง

เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งคาดว่าสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1387 ยุคเดียวกับวัดพระธาตุช่อแฮ และวัดพระธาตุหลวงเนิ้ง มีสิ่งนี่น่าสนใจภายในวัดคือพระธาตุวัดหัวข่วงซึ่งมีอายุมากกว่า 1200 ปี มีตำนานเล่าถึงการปรากฏของดวงแก้วออกมาจากยอดพระธาตุ และพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพระอุโบสถทรงล้านนา โดยได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากร พิกัด n 18.14873 e 100.14150

วัดศรีชุม

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์คาดว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1322 แต่เดิมเคยเป็นที่ชุมนุมของฤาษี ที่ทำการรักษาคนเจ็บป่วย จึงเป็นที่มาของชื่อฤาษีชุม หรือศรีชุมในปัจจุบัน โดยถือเป็นวัดแห่งแรกในเมืองแพร่ ภายในวัดมีส่ิงสำคัญคือพระพุทธรูปยืนที่ชาวบ้านเรียกกันว่าพระเจ้ายืน เป็นพระยืนในวิหารที่มีความสูงมากที่สุดในจังหวัด ซึ่งสร้างขึ้นพร้อมๆ กับวัดศรีชุม พิกัด n 18.14616 e 100.13867

วัดหลวง

วัดแห่งนี้มีอายุมาพันกว่าปีเช่นเดียวกัน โดยสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1372 สภาพในปัจจุบันถือว่ามีความสมบูรณ์มากเนื่องจากได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตลอด ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าแสนหลวง พระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนาผสมสุโขทัย ด้านหลังวิหารเป็นที่ตั้งของพระธาตุหลวงไชยช้างค้ำ และมีประตูวัดเก่าแก่หรือที่เรียกว่าประตูโขง ใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าเมืองแพร่ พิกัด n 18.14529 e 100.13703

วัดพระนอน

วัดเก่าแก่แห่งนี้ สร้างโดยศิลปะถึงสามยุค คือเชียงแสน สุโขทัย และอยุธยาตอนปลาย มีสิ่งที่น่าสนใจคืออุโบสถแบบเชียงแสนที่ไม่มีหน้าต่าง แต่ใช้ช่องรับแสงแทน โดยหน้าบันมีการแกะสลักอย่างสวยงามเป็นลายก้านขด มีภาพรามเกียรติ์ ชายคาวิหารตกแต่งด้วยไม้ฉลุ ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นยาว 9 เมตร ลงรักปิดทองทั้งองค์ พิกัด n 18.14402 e 100.13469

วัดพระบาทและวัดมิ่งเมือง

วัดนี้อยู่ในบริเวณเดียวกันสองวัดมีเพียงถนนเล็กๆคั่นอยู่ ปัจจุบันเรียกว่าวัดพระบาทมิ่งเมือง วัดพระบาทเป็นวัดของอุปราชหรือเจ้าหน้าหอ ส่วนวัดมิ่งเมืองเป็นวัดของเจ้าผู้ครองนครแพร่ เมื่อเมืองแพร่เลิกระบบการปกครองแบบเจ้าผู้ครองนคร วัดทั้งสองจึงถูทิ้งให้อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก เมื่อคณะกรรมการจังหวัดมาพบเข้า จึงรวมสองวัดเข้าด้วยกันโดยให้ชื่อว่า วัดพระบาทมิ่งเมือง วัดเป็นสถาปัตยกรรมแบบรัตนโกสินทร์ จัดเป็นพระอารามหลวงแห่งเดียวในจังหวัดแพร่ พิกัด n 18.14401 100.14024

วัดพระร่วง

สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพญาลิไท เพื่อให้เป็นราชสดุดีแด่พ่อขุนรามคำแหง ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่าพญาร่วง วัดแห่งนี้ผ่านการบูรณะมาหลายยุคหลายสมัยจนมาถึงปัจจุบัน ภายในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง 0.9 เมตร สูง 1.2 เมตร ลงรักปิดทองประดิษฐานอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว และยังมีพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน ปางมารวิชัยอีก 2 องค์ ประดิษฐานอยู่คู่กัน  พิกัด n 18.14182 e 100.13910

วัดศรีบุญเรือง

จากประวัติไม่พบหลักฐานการสร้างวัดแห่งนี้ ทราบแต่เพียงว่าน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี โดยมีพระยาแสนศรีขวาเป็นผู้บูรณะ และได้รับการดูแลต่อเนื่องจากพระวิชัยราชา และแม่เจ้าคำป้อ ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศรีบุญโญภาส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปเชียงแสน สร้างด้วยปูนปั้นลงรักปิดทอง และถือเป็นพระพุทธรูป 1 ใน 300 องค์ที่มีพุทธลักษณะงดงามในประเทศไทย พิกัด n 18.13996 e 100.13844

แถมท้ายด้วยวัดอีก 2 แห่งที่ไม่ได้อยู่ในเขตเมืองเก่า แต่ว่าใครที่มาเยือนเมืองแพร่แล้ว ก็ไม่ควรพลาดที่จะเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดทั้ง 2 แห่งนี้ วัดแรกคือ วัดพระธาตุช่อแฮ  ซึ่งเป็นพระอารามหลวง และเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวแพร่ และยังเป็นพระธาตุประจำปีขาล เจดีย์พระธาตุช่อแฮเป็นทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองศิลปะเชียงแสน สร้างด้วยอิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่นทองเหลือง กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2532  พิกัด n 18.08661 e 100.20491

ส่วนวัดที่สองคือ วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง หรือวัดพระธาตุถิ่นหลวง ซึ่งตามประวัติกล่าวถึงในช่วงปี พ.ศ. 1700 พญาเจียงผู้ครองแผ่นดินไทลื้อและสิบสองปันนา ได้เสด็จมาคล้องช้างที่บริเวณวัดแห่งนี้และได้ช้างที่มีคชลักษณะดีไปถึง 500 เชีอก ลักษณะเจดีย์ของวัดแห่งนี้เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่สีขาว มีปูนปั้นรูปช้างล้อมรอบ ประตูเข้าฐานเจดีย์เป็นสีแดง ซุ้มประตูประดับด้วยลายปูนปั้นงดงาม วัดแห่งนี้อยู่ในเขตอำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองแพร่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร พิกัด n 18.15982 e 100.24870

ใครที่เดินทางมาจังหวัดแพร่ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดแก่าแก่ของจังหวัดแพร่ นอกจากวัดต่างๆ เหล่านี้ แพร่ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจและมีความสวยงามอีกมากมาย ทั้งในเรื่องของวิถีชีวิต และในเรื่องของธรรมชาติป่าเขา สำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยว “แพร่” เป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งที่จะต้องมาเยือน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s