ก้องวัลเลย์ แหล่งพบปะของคอกาแฟตัวจริง

 

 

เมื่อเดินทางมาถึง “ก้องวัลเลย์” เราก็จะเริ่มได้กลิ่นกาแฟหอมโชยมาเบาๆ และเมื่อเข้าใกล้โรงคั่วกาแฟ กลิ่นกาแฟก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ที่โรงคั่วนี้ “คุณก้อง” ผู้เป็นเจ้าของก้องวัลเลย์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วมือและท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งนี้ มักจะอยู่ที่นี่เพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับผู้มาเยือนซึ่งมีความสนใจในเรื่องกาแฟเหมือนๆ กัน

 

คุณก้องเล่าให้เราฟังว่า ภาคใต้ของไทยเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงมากว่า 40 ปี นับตั้งยุคที่คุณก้อง ได้ขนานนามว่าเป็นยุค “Coffee Rush” หรือยุคตื่นกาแฟ โดยในยุคนั้นมีพ่อค้ารับซื้อกาแฟถึงกิโลกรัมละ 120 บาท ทำให้ชาวภาคใต้ในแถบชุมพร ระนอง หันมาโค่นต้นยางเปลี่ยนมาปลูกกาแฟกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้ในที่สุดราคากาแฟก็ตกต่ำ จนแตะกิโลกรัมละ 20 บาท “ก้อง” ในฐานะลูกหลานชาวสวนที่พบกับสถานการณ์ราคากาแฟตกต่ำ โดยที่เกษตรกรผู้ปลูกไม่มีโอกาสกำหนดราคาเองให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริง

 

จนกระทั่งได้มีโอกาสอ่านพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตอนหนึ่งว่า …การกสิกรรมและอาชีพในด้านเกษตรทุกทุกอย่างย่อมต้องอาศัยปัจจัยสำคัญหลายด้าน ด้านหนึ่งก็คือหลักวิชาของการเพาะปลูก เป็นต้น และอีกด้านหนึ่งก็เป็นการช่วยให้เพิ่มหลักวิชาเหล่านั้น และเมื่อได้ปฏิบัติแล้วได้ผลิตผลแล้วก็จะต้องสามารถดัดแปลงและขายจำหน่ายผลิตผลที่ตนได้ทำ ฉะนั้นทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน ความขยันหมั่นเพียรในการผลิต ความรู้ในวิชาการผลิตและความรู้ในการเป็นอยู่ ทั้งความรู้ในด้านจำหน่าย ล้วนเป็นความรู้ที่จะต้องประสานกันหมด…” 

 

จึงทำให้คุณก้องหันมาสนใจการแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟ ตั้งแต่ปลูกต้นกาแฟจนมาเป็นกาแฟที่ดื่มกันในร้านกาแฟ และพบว่าขั้นตอนต่างๆ รวมถึงต้นทุนในการจะมาเป็นกาแฟหนึ่งแก้วนั้น ไม่ได้สูงอะไรเลย แต่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกลับได้รับค่าตอบแทนน้อย ถ้าเพียงแต่เรารู้จักทำกาแฟให้จบกระบวนการ ซึ่งไม่ได้ยากเย็นอะไร เราก็จะมีรายได้สูงกว่าการปลูกกาแฟเพียงอย่างเดียว

ก้องวัลเลย์จึงได้ทำการแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วในชื่อก้องคอฟฟี่ โดยรับซื้อจากเกษตรกร และให้เกษตรกรเป็นผู้กำหนดราคาขายเอง ทำให้ได้กาแฟคุณภาพสูง นำมาคัดเมล็ด คั่ว บด และบรรจุลงถุงที่มีมาตรฐาน ความโดดเด่นของกาแฟก้องวัลเลย์คือการคั่วด้วยมือทุกเมล็ด ที่ยังคงรักษากลิ่นหอมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรบัสต้าและรสชาติรวมถึงความหวานของเมล็ดกาแฟไว้ได้ ทำให้เมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่หลายๆ คนมองว่าเข้มและขม กลับกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม จึงทำให้กาแฟของ ก้องวัลเลย์ ได้ส่งขายไปทั่วโลก

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่นี่คือ การคั่วกาแฟด้วยตัวเองในกะทะเล็กๆ และเตาแก๊สปิคนิค โดยคุณก้องจะให้ความรู้ถึงระดับในการคั่วกาแฟแบบต่างๆ และเมื่อคั่วได้ที่แล้ว ก็จะทำการบดเมล็ดกาแฟนั้นด้วยเครื่องมือแบบคลาสสิก จนเมล็ดกาแฟละเอียดดีแล้ว ก็จะทำการชงกาแฟ

โดยจะได้เห็นทั้งการชงแบบดริฟ (Drip)  ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มฮิปสเตอร์ที่รักในรสชาติกาแฟ เป็นการค่อยๆ รินน้ำร้อนลงบนเมล็ดกาแฟบดเหนือกระดาษกรอง เพื่อให้ผ่านไปยังแก้วกาแฟที่อยู่ด้านล่าง การชงแบบนี้จะใช้เมล็ดกาแฟที่คั่วค่อนข้างอ่อนจะทำให้ได้รสชาติเปรี้ยวแบบน้ำผลไม้และหวานเมื่อกลืนลงไปในคอ กาแฟที่ได้จากการผ่านกระดาษกรองจะกรองไขมันออกไปทำให้น้ำกาแฟมีความคลีนทานแล้วไม่อ้วน

และการชงแบบอัดความดัน (Pressure) เป็นการใช้กาสำหรับชงกาแฟตั้งบนเตา และรอให้น้ำเดือดเพื่อดันน้ำผ่านเมล็ดกาแฟบดและออกมาเป็นน้ำกาแฟที่ด้านในกา โดยอาจเลือกใช้เมล็ดกาแฟที่คั่วแบบ Dark Roasted คือคั่วนานกว่าแบบแรก กาแฟที่ได้จากการชงในแบบนี้จะเปรี้ยวน้อยกว่าแต่จะได้กลิ่นและรสชาติแบบกาแฟสดจริง ๆ โดยเราจะได้ชิมเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการคั่ว และการชงกาแฟในแต่ละแบบ

นอกจากกาแฟแล้วที่ก้องวัลเลย์ก็ยังมีการเก็บเอาดอกกาแฟมาคั่วด้วยไฟอ่อนๆ แล้วนำมาชงเป็นชาดอกกาแฟที่มีกลิ่นหอมอย่างเหลือเชื่อ ที่นี่ยังมีคอร์สการชงกาแฟเพื่อประกอบกิจการสำหรับผู้สนใจทำร้านกาแฟของตนเอง และยังมีที่พักให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนในรูปแบบโฮมสเตย์อีกด้วย

ก้องวัลเลย์ตั้งอยู่ที่ 62/1 หมู่ 8 อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ทางเข้าทางเดียวกับน้ำตกบกกราย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://gongvalley.weebly.com หรือ Facebook https://www.facebook.com/GONGVALLEY

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s