สักการะ 3 เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองเกินร้อย…ร้อยเอ็ด

ขอเชิญสายบุญมาทางนี้เลยจ้าา เตรียมตัวใส่ผ้าไทยนุ่งซิ่นไปทำบุญกันเถอะ วันนี้แอดมินจะพาเหล่าสายบุญ มาสะสมแต้มบุญกันที่จังหวัดร้อยเอ็ด หลาย ๆ คนชอบมาทำบุญกันที่ภาคอีสานเพราะนอกจากจะมีวัดหลายแห่งให้ไปสักการะแล้ว เกจิอาจารย์ชื่อดังส่วนใหญ่ก็ถือกำเนิดมาจากภาคอีสาน แอดมินขอแนะนำจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่สายบุญห้ามพลาดเลยล่ะ วันนี้แอดมินขอยกมาแนะนำ 3 เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่รับรองว่ายิ่งใหญ่อลังการแน่นอน ตามมาร่วมสาธุด้วยกันเลยค่ะ พระเจดีย์มหามงคลบัว พระเจดีย์แห่งนี้อยู่ที่ตำบลหนองแวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ดนี่เอง เป็นเจดีย์สีทองกลางทุ่งนามองเห็นมาแต่ไกล สร้างขึ้นจากดำริของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาในคำสอนของหลวงตามหาบัว  หลังจากที่หลวงตามหาบัวได้ละสังขารในปี พ.ศ. 2554 พระเจดีย์แห่งนี้ก็กลายเป็นอนุสรณ์ให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้เพื่อรำลึกถึงหลวงตามหาบัว ภายในพระเจดีย์มี 4 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน และรูปเหมือนของเกจิอาจารย์แห่งภาคอีสานหลายรูปให้ได้สักการะ ห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือธรรมะและคำเทศน์ของหลวงตา ห้องเพลงพื้นบ้านภาคอีสานเพื่อสืบทอดไว้ให้รุ่นลูกหลาน ตามดำริของหลวงตา และใครอยากพักกายพักใจก็มีห้องนั่งสมาธิด้วยนะ พระเจดีย์หินทราย วัดป่ากุงหรือวัดประชาคมวนาราม เจดีย์หินทรายแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระเจดีย์บรมพุทโธ ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อครั้งที่หลวงปู่ศรี มหาวิโร ได้เดินทางไปสักการะจนเกิดความประทับใจ ศิษยานุศิษย์จึงรวมใจสามัคคีกันสร้างพระเจดีย์ที่สวยงามแปลกตาแห่งนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสามัคคีและความดีของหลวงปู่ องค์พระเจดีย์สร้างลดหลั่นเป็นชั้นลงมาถึง 7 ชั้น แต่ละชั้นสร้างเป็นเจดีย์องค์เล็กตกแต่งด้วยภาพแกะสลักนูนต่ำเป็นเรื่องราวต่าง ๆ เช่น พุทธประวัติ พระเวสสันดรชาดก ชัยมงคลคาถา สังเวชนียสถาน 4…

เที่ยวสไตล์สายฮิป…ที่กาฬสินธุ์

ใครว่ากาฬสินธุ์ไม่มีอะไร แต่ในความไม่มีอะไรนี่แหละ มันมีอะไรซ่อนอยู่ อ่ะงงล่ะสิ เราว่าทุกที่มันก็มีเสน่ห์ในตัวของมันเอง หลายคนคงเบื่อกับเมืองที่นักท่องเที่ยวไปกันเยอะๆ ลองมาหาเมืองใหม่ ๆ ที่ยังมีบรรยากาศเงียบสงบ ชาวบ้านยังอยู่กันอย่างไม่เร่งรีบ ของกินของใช้ราคาก็ถูกสบายกระเป๋า เพราะยังไม่เป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้คนยิ้มแย้มเป็นมิตรแม้เราเป็นคนต่างถิ่น นี่แหละเสน่ห์ของกาฬสินธุ์ อย่างที่รู้กันว่าการเดินทางในภาคอีสานยังไม่ค่อยสะดวกเพราะที่เที่ยวแต่ละที่อยู่ไกลกันแถมรถโดยสารก็ไม่ค่อยมี แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา เราบินมาลงที่ จ.ร้อยเอ็ด แล้วเช่ารถขับเอง จากร้อยเอ็ดไปกาฬสินธุ์แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น มาดูกันว่าเรามาทำอะไรบ้างที่กาฬสินธุ์     1. เดินดูบ้านไม้เก่าในเมือง เราชอบเดินดูบ้านเรือนตึกเก่า ๆ ถ่ายรูปประตูหน้าต่างสวย ๆ ที่กาฬสินธุ์จะมีย่านวัดกลาง ที่เป็นบ้านไม้เก่าแก่อายุ 80-100 ปี ที่ผู้คนยังอาศัยอยู่ แต่มีบางบ้านก็ร้างไปแล้ว รถราที่นี่ยังไม่เยอะเลยเดินเล่นได้อย่างชิว ๆ ใครอยากมาเดินเล่นให้มาตรงวัดกลางแล้วเดินเล่นรอบ ๆ วัดได้เลย         2. นั่งชิวร้านกาแฟ ในเมืองเล็กๆ เราคิดว่าน่าจะมีร้านกาแฟเก๋ ๆ อยู่ที่ไหนซักที่ เราเดินมาเจอร้าน Cafe de Supak กับร้าน…

เที่ยวไหนดีที่ศรีสะเกษ เมืองแห่งกลิ่นอายวัฒนธรรมขอม

ถ้าพูดถึงศรีสะเกษ สิ่งแรกที่นึกถึงคือปราสาทโบราณอารยธรรมขอม ที่เป็นรากลึกทางวัฒนธรรมของปราสาทต่าง ๆ ในภาคอีสานของไทย น่าเสียดายที่ปราสาทเขาพระวิหารอันยิ่งใหญ่อลังการไม่สามารถเข้าไปชมได้ แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งรอให้เราไปเยี่ยมชม มีที่ไหนกันบ้าง ในทริปนี้เราเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินไปลงที่จ.อุบลราชธานี จากนั้นนั่งรถตู้สายกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และต่อด้วยรถโดยสารไปที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร หรือว่าจะเช่ารถขับที่สนามบินก็มีให้บริการ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษเท่านั้น เริ่มด้วยการออกตามหาร่องรอยของอารยธรรมขอม ที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแห่งนี้ นอกจากป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ภายในอุทยานแห่งชาติแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ ผามออีแดง เดินจากจุดบริการนักท่องเที่ยวไม่ไกลเราก็มาถึง จุดชมวิวผามออีแดง หน้าผาสูงชันที่เป็นปราการธรรมชาติแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา มองไปด้านล่างจะเห็นดินแดนฝั่งกัมพูชามีป่าไม้ขึ้นอย่างหนาแน่นเขียวขจีไกลสุดสายตา ในวันที่อากาศปลอดโปร่งจะมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่บนเขาอยู่ลิบๆ ให้ได้จินตนาการว่าถ้าเข้าไปดูใกล้ ๆ จะยิ่งใหญ่อลังการขนาดไหน ถ้ามาในช่วงเช้าที่อากาศเย็นหรือมีความชื้นสูง ใครโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกที่เป็นจุดที่สวยงามอีกจุด หรือถ้ามาช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตกดินก็สวยงามไปอีกแบบ เมื่อเดินตามสะพานไม้เลาะไปตามริมหน้าผามออีแดงด้านขวาลึกลงไปเป็นป่าไม้เขียวขจีในเขตกัมพูชาพอให้ได้เสียวเล็กน้อย เดินไม่ไกลจะพบภาพสลักนูนต่ำ เทพ 3 องค์ขนาดเท่าคนจริง อายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เชื่อว่าเป็นภาพที่สลักขึ้นเพื่อซ้อมมือก่อนเริ่มแกะสลักจริงที่ปราสาทเขาพระวิหาร หลายคนคิดว่านี่เป็นสิ่งเล็ก ๆ แต่มันแสดงถึงศิลปะที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในอดีตของอารยธรรมขอมที่ยังคงหลงเหลืออยู่อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ จากนั้นถ้าอยากชมปราสาทขอมอย่างใกล้ชิด ลองแวะไปที่ปราสาทโดนตวล เป็นปราสาทหินแบบขอมขนาดไม่ใหญ่ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 – 16 ตั้งอยู่บริเวณบ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์…