Stanley Mini Venture เมืองเล็กๆ ที่พื้นที่ไม่เล็ก

หากคุณเป็นคนนึงที่สนใจของเล่น เช่น รถไฟ ตัวตุ๊กตุ่น (ฟิกเกอร์) และสถานที่จำลองต่าง ๆ คุณไม่ควรพลาดที่นี่ “Stanley Mini Venture” “Stanley Mini Venture” ศูนย์รวมโมเดลจำลองขนาดจิ๋วที่มีอัตราส่วน 1:87 ที่อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนตื่นเต้นไปกับเมืองจำลองที่เหมือนคนจิ๋วใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนั้นจริง ๆ และสะท้อนให้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ ของสถานที่นั้น งั้นมาดูกันว่าสถานที่ต่าง ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง เริ่มจากจุดแรก ”เมืองแห่งทรัพยากร” เมืองนี้เป็นเมืองที่น่าสนใจเมืองหนึ่ง ซึ่งจะแสดงให้เห็นในส่วนของพลังงานและวัตถุที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ในส่วนนี้ก็จะมีการจำลองเขื่อนกักน้ำที่ใช้ในการปั่นไฟฟ้า และรูปแบบในการทำเหมืองแร่ว่าก่อนที่เราจะได้ใช้กระป๋อง จาน ชาม หรือวัสดุที่ผลิตจากดีบุกมีกระบวนการทำอย่างไร ดูไปดูมาเหมือนโมเดลพวกนั้นทำงานกันจริง ๆ เพราะมันขยับได้จริงจุดถัดมา ”เมืองแห่งเกษตรกรรมและปศุสัตว์” จะมีกลิ่นอายสไตล์ American Country ที่เมื่อเห็นแล้วจะทำให้รู้สึกว่า “เนี่ยแหละใช่เลย” มีฟาร์มสัตว์ ศูนย์การค้า และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าได้เห็นจะทำให้รู้สึกถึงชาวอเมริกันสมัยก่อนที่พวกเราได้เห็นกันในหนัง ต่อมาเป็นส่วนของอารยธรรมของชาวยุโรปที่มีลักษณะบ้านเมืองที่แตกต่างกันออกไปเหมือนเราได้ย้อนยุคไปดูบ้านเมืองสไลต์ยุโรปในสมัยก่อนว่าเป็นอย่างไร ไฮไลท์ของช่วงนี้จะเป็นการจัดพิธีแต่งงานที่โบสถ์ ถ้าใครไปที่นี่ห้ามพลาดเด็ดขาด และยังมีการจำลองปราสาทเก่าในสมัยอีกด้วย เป็นเพราะเหตุผลนี้จึงทำให้จุดนี้เรียกว่า “เมืองแห่งเรื่องราวประวัติศาสตร์” เข้าสู่ยุคที่มีการพัฒนาสู่ความเจริญมากขึ้นทำให้มีการคมนาคมที่สะดวกมากกว่าเดิมและเปี่ยมไปด้วยความบันเทิง จึงต้องเรียกที่นี่ว่า…

อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ทหาร แหล่งเรียนรู้เพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละ

ใครที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณช่วงถนนพหลโยธินบรรจบกับถนนวิภาวดี จะเห็นอาคารรูปร่างแปลกตา ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักในชื่ออนุสรณ์สถานฯ แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่าที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ทหารอีกแห่งหนึ่งที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ข้างในมีอะไรบ้างเราไปดูกัน เมื่อเราเข้ามาในบริเวณของอนุสรณ์สถาน เราก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่นำเอาอาวุธยุโธปกรณ์ต่างๆ ที่ปลดระวางแล้ว มาจัดแสดงให้เราได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นรถหุ้มเกราะ รถถังจนไปถึงอากาศยานต่างๆ ให้เราได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และเมื่อเดินเข้าไปถึงตัวอาคาร ที่ด้านหน้าของอาคารทรงไทยประยุกต์ จะเป็นลานประกอบพิธี ซึ่งลานกว้างซึ่งใช้ในการประกอบพิธีวางพวงมาลาในพิธีสำคัญต่างๆ และยังใช้เป็นสถานที่สำหรับต้อนรับประมุข หรือบุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศ โดยลานนี้สามารถตั้งแถวกองทหารเกียรติยศได้ถึง 3 กองร้อย อาคารทรงไทยไทยประยุกต์ที่เห็น ก็คืออาคารประกอบพิธี โดยก่อนที่เราจะเข้าไปในอาคาร ที่ด้านหน้าของอาคารเราจะพบกับดวงโคมนิรันดร์ประภา ที่เป็นตัวแทนของเกียรติคุณของทหารกล้า ที่จะสถิตอยู่ในใจปวงชนชาวไทยตลอดไป ภายในอาคารมีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระบรมรูปมหาราช 9 พระองค์ ภาพเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระราชทานให้กับทหารที่ผ่านสงครามต่างๆมา มีลักษณะเป็นกระจกสีอยู่ที่ผนังอาคาร และภาพสิ่งมงคล 8 ประการที่เป็นกระจกสีเช่นเดียวกัน และยังมีภาพการก่อตั้งราชธานีที่ 4 แห่งเป็นภาพจำหลักนูนต่ำบนแผ่นไม้สักทอง นอกจากนี้ภายในอาคารแห่งนี้ ยังเป็นที่เก็บดินสมรภูมิ ซึ่งเก็บมาจากสมรภูมิรบในครั้งอดีต โดยมีการศึกษาถึงยุคสมัยของชั้นดินที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เพื่อเป็นตัวแทนของทหารในครั้งอดีตที่ยังไม่เคยมีการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์มาก่อน ถัดจากอาคารประกอบพิธี ก็จะเป็นอาคารแปดเหลี่ยมมียอดแหลมที่เราคุ้นตาเมื่อมองจากภายนอก เป็นอาคารประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร โดยด้านหน้าอาคารเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับยืนขนาดเท่าพระองค์จริง แกะสลักด้วยหินอ่อนจากอิตาลี โดยชั้นที่ 1 จัดแสดงหุ่นจำลองของเหตุการณ์สงครามต่างๆ ที่กองทัพไทยเข้าไปมีส่วนในการรบ 5…

ตะลุยเที่ยวย่านสาทรใต้ ศูนย์รวมทางศาสนาและความเชื่อ

ชื่อ “สาทร” ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงว่าจะมีแหล่งที่เที่ยวเลย นึกถึงแหล่งออฟฟิสมากกว่า แต่หลังจากได้ศึกษาข้อมูลดูก็รู้ว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองเก่าอายุเกินกว่า 200 ปี ไม่ว่าจุดไหนแหล่งไหนก็ล้วนแต่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาซ่อนอยู่ จึงไม่น่าแปลกที่ย่านกลางเมืองอย่างสาทรจะมีสถานที่ที่น่าสนใจซ่อนอยู่เช่นกัน เริ่มจากวัดเซ็นต์หลุยส์ วัดคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก แห่งนี้สร้างขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาคริสตศาสนิกชนจาก วัดอัสสัมชัญ และวัดกาลหว่าร์ เนี่องจากทั้งสองวัดนั้นมีผู้มาเข้าร่วมพิธีกรรมเป็นจำนวนมากทำให้เริ่มแออัด วัดเซนต์หลุยส์แห่งนี้เริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957  ลักษณะอาคารเป็นอิฐก่อ มีจากเปิดช่องแสงให้เข้าไปด้านในอาคาร และอาคารมีระบบปรับอากาศ จากวัดเซ็นต์หลุยส์เราไปกันต่อที่ศาสนสถานของศาสนาอิสลามบ้างนั่นก็คือ มัสยิดยะวา ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยชาวชวาที่ย้ายมาอาศัยอยู่บริเวณสาทรใต้ ซึ่งเมื่อย้ายมาแรกๆ ยังไม่มีที่ประกอบศาสนกิจ จึงมีชาวยะวาด้วยกันที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นยกที่ดินให้เพื่อทำการปลูกสร้างเป็นมัสยิด โดยมัสยิดยะวาแห่งนี้มีความโดดเด่นที่หลังคาที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบยะวาหรือชวา โดยถึงแม้จะผ่านการซ่อมแซมครั้งใหญ่มาถึงสองครั้ง แต่ก็ยังคงเก็บรักษาหลังคาแบบเดิมไว้ ถือเป็นมัสยิดอีกแห่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจในบริเวณสาทรใต้ ถัดจากมัสยิดยะวา เลี้ยวซ้ายมาตามทางซอยโรงน้ำแข็ง จนถึงแยกซอยเจริญราษฎร์ 3 เราก็จะพบกับซุ้มประตูจีนด้านซ้ายมือ จะเป็นทางเข้าของสุสานแต้จิ๋ว ถ้าคนที่เกิดทันในยุค 30-40 ปีก่อนคงจะเคยได้ยินชื่อป่าช้าวัดดอน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะที่มีผู้คนเข้ามาออกกำลังกาย และมีการจัดสวนตกแต่งอย่างสวยงาม และมีศาลเจ้าที่เป็นอาคารแบบจีน รวมถึงศาลาและสิ่งตกแต่งก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ประเทศจีน และที่ใกล้ๆกันก็จะเป็นทีตั้งของวัดปรก ซึ่งวัดปรกแห่งนี้เป็นวัดของชาวมอญหรือชาวรามัญ มีลักษณะคล้ายกับวัดของพม่า สร้างมากว่า 70 ปี โดยชาวมอญที่อพยพมาจากหงสาวดี โดยจุดเด่นของวัดมอญที่เห็นได้ชัดคือมีการประดับด้วยหงส์ อันเป็นความเชื่อของชาวมอญถึงเรื่องต้นกำเนิดเมืองหงสาวดี…