หลีกหนีความวุ่นวาย พักกายเบา ๆ ที่เกาะพยาม

ใครกำลังมองหาเกาะเงียบ ๆ มีความเป็นส่วนตัว น้ำทะเลใส ๆ ทรายขาว ๆ ต้องที่นี่เลย เกาะพยาม หนึ่งในเกาะทางฝั่งทะเลอันดามันที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก มาดูกันว่าภายใน 1 วันบนเกาะพยามเราไปเที่ยวไหนกันได้บ้าง รับรองว่าเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครแน่นอน การเดินทางบนเกาะพยามนั้นนักท่องเที่ยวจะนิยมเช่ารถมอเตอร์ไซด์ซึ่งค่าเช่าวันละ 200-300 บาทเท่านั้น แต่เรามีกัน 5 ชีวิตที่แต่ละคนก็ขี่มอเตอร์ไซด์กันไม่แข็งแรง เราจึงเช่าพาหนะคู่ใจเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครนั่นคือ รถสามล้อนั่นเอง ราคารวมแล้วก็ไม่ต่างกับการเช่ามอเตอร์ไซด์มากนักแถมยังมีคุณลุงใจดีเป็นโชเฟอร์ ถนนบนเกาะแคบเนื่องจากชาวบ้านจะสัญจรโดยรถมอเตอร์ไซด์ และถนนบางช่วงจะเป็นถนนลูกรังขรุขระนั่งกันหัวสั่นหัวคลอน ก็ได้อารมณ์สนุกไปอีกแบบ เมื่อได้พาหนะคู่ใจแล้วไปลุยกันเลย เริ่มต้นด้วยการไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกันที่ วัดเกาะพยาม อยู่ใกล้ ๆ ท่าเรือนี่เอง จุดเด่นของที่นี่คือพระอุโบสถกลางน้ำ ก่อนเรือจะเทียบท่าที่เกาะพยามเราจะเห็นพระอุโบสถแห่งนี้โดดเด่นมีสะพานทอดยาวออกไปกลางทะเล นอกจากพระอุโบสถแล้วยังมีพระวิริยะ ชัยมงคล ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ หันหน้าออกทะเล วัดแห่งนี้มีพระจำพรรษาอยู่เพียงไม่กี่รูปซึ่งช่วยกันดูแลวัด กลางวันเราแวะที่ ร้านลูกเต๋า ตรงบริเวณใกล้ๆ กับท่าเรือ กินอาหารที่ขึ้นชื่อของเกาะพยามนั่นก็คือ พริกแกงราดข้าว พริกแกงที่นี่จะใช้เป็นพริกแกงพม่า ซึ่งมันจะคล้ายกับน้ำพริกคั่วแห้งแบบไทย รสชาติอร่อยกลมกล่อมมาก ส่วนใครจะเลือกผัดกับเนื้อสัตว์ชนิดใดก็สามารถเลือกได้ตามความชอบ แต่ขอแนะนำเป็นเต้าหู้ผัดพริกแกงราดข้าว มาพร้อมกับเต้าหู้ทอดร้อนๆ แซบสุดๆ บลูสกาย รีสอร์ท เราแวะหาของอร่อย…

ออนเซ็นเมืองไทยไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น ที่จังหวัดระนองนี่เอง

ออนเซ็นหรือการแช่น้ำแร่ร้อนในบ่อธรรมชาติเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่น แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเมืองไทยของเราก็มีบ่อน้ำแร่ดี ๆ ให้เราได้แช่กัน ทำไมคนถึงชอบแช่น้ำแร่? เนื่องจากน้ำจากบ่อน้ำแร่ธรรมชาติอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากจะช่วยให้ผ่อนคลายแล้ว ยังทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น บรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ทั้งปวดแบบเรื้อรังหรือโรคออฟฟิสซินโดรม รวมถึงใครที่เล่นโทรศัพท์มือถือนาน ๆ จนปวดไหล่ปวดแขน การแช่น้ำร้อนก็ช่วยได้นะ ยิ่งถ้าอากาศหนาว ๆ หรือหลังฝนตกอย่างช่วงนี้ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ วันนี้เราจะพาไปแช่น้ำแร่กันที่ จ.ระนอง ในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นของทุกวัน ชาวระนองและนักท่องเที่ยวนิยมมาแช่น้ำแร่กันตามบ่อน้ำร้อนต่าง  ๆ ที่อยู่ในตัวเมืองระนอง นอกจากจะได้แช่น้ำแร่แล้วยังเป็นที่พบปะพูดคุยกัน เรียกว่าคุยกันไปแช่น้ำแร่กันไปเพลินทีเดียว บ่อน้ำแร่ใน จ.ระนองที่นิยมกันมี 3 แห่ง คือ บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน อยู่ในสวนสาธารณะบรรยากาศร่มรื่น ที่นี่เค้าพัฒนาบ่อน้ำร้อนให้มีลักษณะคล้าย ๆ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนให้แช่กันได้อย่างสบายใจโดยไม่เสียค่าเข้า มีทั้งส่วนบ่อรวมกลางแจ้ง บ่อแช่เท้า ลานสุขภาพที่เป็นพื้นปูนร้อนเนื่องจากมีน้ำร้อนไหลผ่านด้านล่าง สามารถนอนบนพื้นปูนเพื่อผ่อนคลาย และบ่อของเอกชนที่เสียค่าเข้าแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นอกจากนี้ชาวบ้านยังนิยมมาตักน้ำในบ่อน้ำร้อนกลับไปอาบที่บ้านอีกด้วย ข้างบริเวณบ่อน้ำร้อนเป็นสวนสาธารณะรักษวารินมีลำธารไหลผ่านต้นไม้เขียวครึ้ม มีสะพานแขวนให้เดินเล่นพักผ่อนถ่ายรูปก็สวย บ่อน้ำร้อนรักษะวารินเปิดทุกวันเวลา 05.00 – 21.00 น. บ่อน้ำร้อนพรรั้ง บ่อน้ำร้อนท่ามกลางธรรมชาติ…

เที่ยวระนองเก๋ไก๋ ถ่ายรูปฮิปๆ…ต้องที่นี่เลย

ไปเที่ยวระนองทั้งที ก็อยากมีรูปเก๋ๆ กับเค้าบ้าง แต่เมืองระนองมีที่เที่ยวตั้งมากมาย ถ้าอยากโฟกัสไปจุดที่ถ่ายรูปเก๋ๆ เลย จะได้มีรูปสวยๆ ไปอวดเพื่อน มาดูสถานที่เหล่านี้กันพอเป็นไอเดียให้เที่ยวระนองได้อย่างสนุก พร้อมกับได้รูปที่สวยงาม หาดบ้านทะเลนอก หาดเงียบๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักที่ อำเภอกะเปอร์ ที่นี่มีทิวสนเรียงรายอยู่ตามแนวชายหาด เหมาะอย่างยิ่งกับการถ่ายรูปเดินชิวๆ ตามแนวสน และที่นี่ยังเงียบสงบ บรรยากาศดี รวมถึงใกล้ๆ กัน ยังมีโฮมสเตย์ให้พัก และมีกิจกรรมต่างๆให้ทำมากมายอีกด้วย บ้านไร่ไออรุณ เป็นฟาร์มสเตย์ที่ฮอทที่สุดในจังหวัดระนองตอนนี้ ที่นี่มีที่พักไม่มาก และมักจะถูกจองเต็มเป็นปีๆ ถึงไม่ได้พักที่นี่ ก็เข้ามาแวะทานอาหาร ถ่ายภาพกันได้โดยที่เจ้าของไม่หวง ด้วยความที่มีการตกแต่งที่ดูเก๋อยู่แล้ว ไม่ว่าจะยืนมุมไหน ก็สามารถถ่ายภาพให้ดูดึไปได้ซะหมด ภูเขาหญ้า จุดนี้นับว่าดีงามมากๆ ถือเป็นเดอะมัสที่ต้องมาถ่ายรูป ด้วยความที่เป็นทุ่งกว้างขนาดใหญ่ ประกอบกับเนินเขาที่มีความแปลกตา รวมถึงรั้วสไตล์ฟาร์มที่มีความเก๋ไก๋ ทำให้เราได้รูปสวยๆ ไปจากที่นี่มากมาย แต่แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ พระอาทิตย์ตก จะได้แสงแบบริมไลท์ผมสะท้อนแดดแบบที่ต้องการเลย  ขนาดช่วงที่ไปถ่ายไม่มีหญ้าเลยยังสวย นี่ถ้ามีหญ้าขึ้นนะจะดีขนาดไหน ถ้าอยากได้บรรยากาศแบบหญ้าเขียว ๆ ลองมาในช่วงหน้าฝนดูนะ รับรองฟิน พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) เป็นอาคารไม้ทั้งหลังที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประทับแรม ของพระมหากษัตริย์ 3…

น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ…เกาะที่ยังไม่ฮิตแต่สวยเลอค่า

ถ้าพูดถึงเกาะในจังหวัดระนอง หลายคนคงนึกถึงเกาะพยามเป็นอันดับแรก แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักหมู่เกาะในอำเภอกะเปอร์ ที่น้ำใสเหมือนสระว่ายน้ำ หาดทรายขาวเม็ดละเอียด สวยเป็นอันดับต้น ๆ ของเกาะในทะเลอันดามัน เราจะพาไปเที่ยวที่หมู่เกาะกำ เกาะค้างคาว และเกาะญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนกัน วันนี้อากาศดีท้องฟ้าเป็นใจ เราขึ้นเรือที่ท่าเรือบางเบน เป็นเรือหางยาวแบบมีหลังคานั่งได้ 10-15 คน เกาะแรกที่เราจะไปคือ เกาะค้างคาว นั่งเรือประมาณ 40 นาทีก็ถึง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อมาถึงเกาะค้างคาวคือ ทรายขาวละเอียดเหมือนแป้งนุ่มเท้า น้ำทะเลสีฟ้าใสเหมือนสระว่ายน้ำเลยทีเดียว ด้านหน้าหาดสามารถเล่นน้ำ หรือจะแค่นั่งตามโขดหินชมวิวดูคนเล่นน้ำเพลิน ๆ ก็มีความสุขแล้ว สำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังสามารถดำน้ำตื้นได้บริเวณไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ที่นี่จะมีปะการังแข็ง ปลาเสือ และไฮไลท์จะเป็นปลาการ์ตูนนีโม่สีส้มขาว และพันธุ์อินเดียแดงว่ายอยู่ในกอดอกไม้ทะเลน่ารักมาก ๆ จากเกาะค้างคาวเรานั่งเรือประมาณ 15 นาที ก็จะถึงเกาะกำ ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี เราแวะทานข้าวกันที่อ่าวเขาควาย ซึ่งทัวร์ต่าง ๆ จะมาทานข้าวที่นี่เพราะมีม้านั่งใต้ทิวสนร่มรื่น เสร็จแล้วเราก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาชนะใส่อาหารและน้ำ รวมถึงขยะต่างๆ นำกลับไปทิ้งที่ฝั่ง อิ่มแล้วก็เดินย่อยกันซักหน่อย เราเดินทะลุทิวสนไปอีกด้านหนึ่งของเกาะจะเจอชายหาดที่มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใส ไม่แพ้เกาะค้างคาวเลยทีเดียว จนอดใจไม่ไหวต้องเล่นน้ำกันต่อ สำหรับใครที่ชอบการผจญภัย สามารถเดินขึ้นไปจุดชมวิวอ่าวเขาควายระยะทางไม่ไกลแค่ 200…

ก้องวัลเลย์ แหล่งพบปะของคอกาแฟตัวจริง

    เมื่อเดินทางมาถึง “ก้องวัลเลย์” เราก็จะเริ่มได้กลิ่นกาแฟหอมโชยมาเบาๆ และเมื่อเข้าใกล้โรงคั่วกาแฟ กลิ่นกาแฟก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ที่โรงคั่วนี้ “คุณก้อง” ผู้เป็นเจ้าของก้องวัลเลย์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วมือและท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งนี้ มักจะอยู่ที่นี่เพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับผู้มาเยือนซึ่งมีความสนใจในเรื่องกาแฟเหมือนๆ กัน   คุณก้องเล่าให้เราฟังว่า ภาคใต้ของไทยเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงมากว่า 40 ปี นับตั้งยุคที่คุณก้อง ได้ขนานนามว่าเป็นยุค “Coffee Rush” หรือยุคตื่นกาแฟ โดยในยุคนั้นมีพ่อค้ารับซื้อกาแฟถึงกิโลกรัมละ 120 บาท ทำให้ชาวภาคใต้ในแถบชุมพร ระนอง หันมาโค่นต้นยางเปลี่ยนมาปลูกกาแฟกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้ในที่สุดราคากาแฟก็ตกต่ำ จนแตะกิโลกรัมละ 20 บาท “ก้อง” ในฐานะลูกหลานชาวสวนที่พบกับสถานการณ์ราคากาแฟตกต่ำ โดยที่เกษตรกรผู้ปลูกไม่มีโอกาสกำหนดราคาเองให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริง   จนกระทั่งได้มีโอกาสอ่านพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตอนหนึ่งว่า “…การกสิกรรมและอาชีพในด้านเกษตรทุกทุกอย่างย่อมต้องอาศัยปัจจัยสำคัญหลายด้าน ด้านหนึ่งก็คือหลักวิชาของการเพาะปลูก เป็นต้น และอีกด้านหนึ่งก็เป็นการช่วยให้เพิ่มหลักวิชาเหล่านั้น และเมื่อได้ปฏิบัติแล้วได้ผลิตผลแล้วก็จะต้องสามารถดัดแปลงและขายจำหน่ายผลิตผลที่ตนได้ทำ ฉะนั้นทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน ความขยันหมั่นเพียรในการผลิต ความรู้ในวิชาการผลิตและความรู้ในการเป็นอยู่ ทั้งความรู้ในด้านจำหน่าย ล้วนเป็นความรู้ที่จะต้องประสานกันหมด…”    จึงทำให้คุณก้องหันมาสนใจการแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟ ตั้งแต่ปลูกต้นกาแฟจนมาเป็นกาแฟที่ดื่มกันในร้านกาแฟ และพบว่าขั้นตอนต่างๆ รวมถึงต้นทุนในการจะมาเป็นกาแฟหนึ่งแก้วนั้น ไม่ได้สูงอะไรเลย แต่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกลับได้รับค่าตอบแทนน้อย…