ไปอุทัย กินอะไรดี

หิวของคาว บะหมี่เจ้เน้ย จุดเด่นของร้านบะหมี่เจ้เน้ยอยู่ที่เส้นหมี่ไข่ที่ทำเองวันต่อวัน และมีกรรมวิธีการลวกเส้นและปรุงรสที่เป็นเคล็ดลับเหมาะกับเส้นแบบที่ทำขึ้นเอง รวมถึงหมูแดงก็ทำเองเช่นกัน เมนูที่น่าสนใจมีทั้งบะหมี่เกี้ยว บะหมีหมูแดง และกระเพาะปลา ร้านอยู่ตรงข้ามกับศาลเจ้าปุ่นเถ่ากง ใกล้ๆกับสะพานเดินข้ามไปวัดอุโปสถาราม ขนาดร้านเล็กๆ เก่าแก่เปิดมาแล้วกว่า 80 ปี เปิดตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น โทร. 0 5652 0444, 08 8818 6191 สวนอาหารนกน้อย อาหารอร่อยบรรยากาศริมน้ำ เป็นเอกลักษณ์ของสวนอาหารนกน้อย เมนูแนะนำส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมนูปลาเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศริมน้ำสะแกกรังซึ่งถือเป็นจุดเด่นของร้านนี้ ไม่ว่าจะเป็น ปลาแรดทอดน้ำปลา ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ทอดมันปลากราย เนื้อปลากรายผัดขี้เมา ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 0 5651 1925 ข้าวมันไก่โกตี๋ จัดเป็นร้านเก่าแก่อีกร้านหนึ่งของเมืองอุทัย เปิดกิจการมาแล้วกว่า 50 ปี เป็นข้าวมันไก่สูตรไต้หวัน มีน้ำจิ้มมาให้สองแบบ นอกจากข้าวมันไก่ก็ยังมีเมนูอื่นๆที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะปลา หมูกรอบ เป็ดย่าง…

ความหนาวและสวนดอกไม้ ที่ไม่ต้องไปไกล บ้านแก่นมะกรูด อุทัยธานี

ใครจะรู้ว่าเราจะสามารถไปสัมผัสกับอากาศหนาวและสวนไม้ดอกเมืองหนาวได้โดยไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่หรือเชียงราย แค่ไม่ถึงครึ่งทางจากกรุงเทพฯ จังหวัดอุทัยธานีนี่ไง เส้นทางหลวงหมายเลข 333 จากอำเภอบ้านไรไปประมาณ 37 กิโลเมตร เราก็จะได้พบกับสวนดอกไม้เมืองหนาวที่มีชื่อว่า สวนพฤกษศาสตร์แก่นมะกรูด ที่นี่มีการปลูกพืชเมืองหนาวและจัดเป็นสวนสวยไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายภาพพร้อมกับชื่นชมความงามของไม้ดอกนานาพรรณ ที่นี่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร ทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โครงการไม้เมืองหนาวที่แก่นมะกรูดเกิดขึ้นจากโครงการหลวงที่ตั้งใจจะสร้างอาชีพให้กับชาวเขาเพื่อที่จะไม่ต้องทำลายป่า และจัดทำสวนสวยงามเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่และได้ซื้อผลิตภัณฑ์จากชาวเขาโดยตรง โดยได้ประโยชน์ทั้งชาวเขาที่ได้ขายผลิตผลทางการเกษตรโดยไม่ต้องเดินทาง นักท่องเที่ยวก็ได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าได้ในราคาถูก ที่ด้านในยังมีสวนสตรอว์เบอรี่ และร้านกาแฟสุดชิคชื่ออุ๊ยกื๋อ (เป็นภาษากระเหรี่ยงแปลว่าอร่อย) โดยใช้เมล็ดกาแฟที่ชาวเขาปลูกเอง บรรยากาศจากร้านแกแฟที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนจริงๆ ก่อนกลับจากบ้านไร่แวะนมัสการหลวงพ่อองค์ใหญ่ที่วัดผาทั่ง ทางเดินเข้าไปที่องค์พระเป็นรูป “มกร” กลืนกินพญานาค อันเป็นคติความเชื่อของชาวเหนือ องค์หลวงพ่อโตมีความสูง 52 เมตร หน้าตักกว้าง 23 เมตร ปางประทานพร ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ แผนที่สวนพฤกษศาสตร์แก่นมะกรูด วัดผาทั่ง

เรียนรู้เรื่องราวในอดีตของอุทัยธานี ผ่านพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่สามารถเรียนรู้เรื่องราวจังหวัดอุทัยธานีจากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่..พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ในอดีตอาคารแห่งนี้ก่อนที่จะเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เคยเป็น “โรงเรียนเบญจมราชูทิศ” ที่ได้รับชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) อันมีความหมายถึงสร้างเพื่ออุทิศให้พระมหากษัติรย์องค์ที่ 5 เป็นอาคารไม้มี 2 ชั้น ภายในแบ่งเป็นห้องเรียนต่าง ๆ ภายหลังได้ยุบรวมกับโรงเรียนอุทัยทวีเวท เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่มาเป็น “อุทัยวิทยาคม” ซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นคนตั้ง จึงทำให้ชาวอุทัยฯ บางคนรู้สึกเสียดายที่ชื่อพระราชทานจาก รัชกาลที่ 6 หายไป แล้วหลังจากนั้นก็ได้บูรณะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี และตามห้องเรียนก็เปลี่ยนเป็นแหล่งเรียนรู้ต่างๆ แตกต่างกันออกไป ในชั้นที่ 1 ห้องแรกจะเป็นห้องที่ทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมรู้จักกับสถานที่แห่งนี้คือ ” ห้องประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ฯ” ตั้งแต่กำเนิดจนถึงปัจจุบัน ภายในจะเป็นบรรยากาศที่จะทำให้ทุกคนคิดถึงสมัยเด็ก จากสื่อการเรียนการสอนสมัยก่อน รูปภาพโรงเรียน นักเรียน และครูในสมัยที่ยังเป็นโรงเรียน อุปกรณ์การเรียนในสมัยนั้น ในสมัยนั้นนักเรียนเขียนตัวเขียนภาษาอังกฤษได้สวยและมีระเบียบมาก ทำให้อยากย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งนึง ห้องถัดมาเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพของชาวอุทัยฯ กันบ้างกับห้องที่มีชื่อว่า ” ห้องอาชีพของคนจังหวัดอุทัยธานี” ห้องนี้จะแสดงให้เห็นถึงวิถีการดำรงชีวิตของชาวอุทัยธานี เนื่องจากจังหวัดอุทัยธานีอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำ ลำคลองไหลผ่านหลายสาย จึงทำให้การทำนาเป็นที่แพร่หลายในจังหวัดนี้ ในส่วนก็จะมีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆในการทำนา และการทอผ้าที่เป็นที่แพร่หลายในจังหวัดอุทัยธานีจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทอผ้า อาจทำให้ผู้ที่มารับชมสนใจอยากลองทำนาหรือทอผ้าเพื่อเข้าใจในวิถีชีวิตของชาวอุทัยฯ ก็เป็นได้ และห้องสุดท้ายเป็นห้องที่ขาดไม่ได้เลย เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เกี่ยวกับวีรบุรษที่ชื่อว่า นายสืบ นาคะเสถียร…