เที่ยวงานบุญบั้งไฟ สีสันมันส์สุดที่ยโสธร

ถ้านึกถึงงานประเพณีของภาคอีสานแล้ว หลายคนคงนึกถึงงานบุญบั้งไฟ จ.ยโสธร เรียกว่าเป็นงานที่ทุกคนรอคอย ชาวบ้านจากอำเภอต่าง ๆ ใน จ.ยโสธร จะร่วมใจกันแสดงฝีมือในการตกแต่งขบวนบั้งไฟสีสันแสบทรวงเข้าประกวดในนามของวัดต่าง ๆ ในแต่ละอำเภอของตน งานนี้ไม่มีใครยอมใครเลยล่ะ ยังนึกถึงปีที่แล้วที่เราและแก๊งค์เพื่อนไปรอชมขบวนแห่กันถึงขอบถนนแบบริงไซด์ นอกจากการตกแต่งขบวนบั้งไฟที่งัดเอาไอเดียสุดบรรเจิดมาตกแต่งบั้งไฟแล้ว ผู้เข้าร่วมขบวนแห่ก็ต้องจัดเต็มไม่แพ้กัน   ทั้งนางรำ คนถือป้าย ขบวนวงดนตรีที่เล่นเพลงเซิ้งแบบมันหยด สร้างบรรยายกาศงานได้ม่วนคัก ทั้งชาวยโสธร นักท่องเที่ยว ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ต้องขอเซิ้งกันลืมแก่ ขนาดคนหนุ่มสาวอย่างพวกเรายังต้องยอมแพ้กันเลยล่ะ   และวันต่อมาจะเป็นไฮไลท์คือการแข่งจุดบั้งไฟ ใครขึ้นสูงและนานที่สุดชนะ นี่ก็ลุ้นกันตัวโก่งเพราะมันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี ฮาๆๆ แต่ไม่เป็นไร ใครแพ้ปีนี้ ปีหน้าก็มาแข่งกันใหม่ บั้งไฟนี้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีการทำจรวดของไทยเลยนะ แต่วัตถุประสงค์ดั้งเดิมจริง ๆ เค้าจุดขึ้นเพื่อบูชาพญาแถนเทพที่ดูแลให้ฝนตกตามฤดูกาล จะจัดขึ้นในช่วงก่อนเข้าฤดูฝนตามตำนานความเชื่อของชาวอีสาน เรียกว่ามางานเดียวจะได้สัมผัสทั้งความสนุก วัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิตจิตวิญญาณของชาวอีสานอย่างแท้ทรู   ถ้าอยากลองสัมผัสบรรยากาศม่วนซื่นที่บรรยายเท่าไหร่ก็คงไม่เหมือนได้ไปเที่ยวเอง และถ้าใครเบื่อที่เที่ยวเดิมๆ ลองออกไปสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนแบบได้อารมณ์ความมันส์ของงานประเพณีพื้นบ้านชาวอีสาน เตรียมตัวกันให้พร้อม ปีนี้เค้าจัดกันในวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2561 ที่สวนสาธารณะพญาแถน ในอำเภอเมืองยโสธร วันเสาร์จะเป็นการประกวดขบวนแห่บั้งไฟ ส่วนวันอาทิตย์เป็นการแข่งจุดบั้งไฟ Advertisements

ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์

ได้ยินชื่อจังหวัดกาฬสิทธุ์ หลาย ๆ คนมักจะนึกไปถึงเมืองเล็ก ๆ ยากจน ไม่มีอะไรเที่ยว แต่เดี๋ยวนี้กาฬสินธุ์เปลี่ยนไปแล้ว ลบภาพเดิมออกไปให้หมด เดี๋ยวนี้เมืองกาฬสินธุ์เค้ามี concept ใหม่แล้วนะว่า “ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์” เป็นยังไงเดี๋ยวจะพาไปดูกัน เริ่มจาก landmark สุดเจ๋งที่นี่เลย “สะพานเทพสุดา” เป็นสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ที่อำเภอสหัสขันธ์ มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร สะพานแห่งนี้มีความสำคัญในเรื่องการเชื่อมโยงการเป็นประตูสู่อินโดจีน เพราะช่วยลดระยะทางจากหนองคายไปมุกดาหารได้ถึง 100 กิโลเมตร นอกจากความสำคัญด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปที่เจ๋งมาก เพราะสะพานยาวจนสุดสายตาเลยทีเดียว ไม่ไกลจากสะพานเทพสุดาก็เป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในอาเซียน แล้วยังเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยด้านไดโนเสาร์ที่ใหญที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย เมื่อย่างก้าวเข้ามาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เราจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสัตว์ขนาดใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่บนโลก ด้วยความที่ที่แห่งนี้ เป็นแหล่งขุดค้นที่พบฟอสซิลไดโนเสาร์กินพืชที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ ซึ่งการค้นพบฟอสซิลที่สมบูรณ์นี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่องการวิจัยด้านไดโนเสาร์เป็นอย่างมาก บริเวณที่ขุดพบคือบริเวณภูกุ้มข้าวใกล้กับวัดสักกะวัน อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากจะจัดแสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์ที่น่าสนใจแล้ว ยังมีเรื่องของการกำเนิดจักรวาลและโลก การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตขึ้นบนโลก จนถึงการเกิดและสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ และการกำเนิดมนุษย์ ซึ่งมีความน่าสนใจมาก และนอกจากฟอสซิลของไดโนเสาร์แล้ว ยังมีฟอสซิลของปลาโบราณที่ขุดพบจากภูน้ำจั้น ที่อำเภอกุฉินารายน์อีกด้วย…

พาลุย Wall Art ย่านเจริญกรุง

ย่านเจริญกรุงจัดเป็นย่านอยู่อาศัยที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย แต่เดิมบริเวณนี้ก็มีศิลปินมาวาด Wall Art ไว้เป็นสีสันของย่านนี้อยู่แล้ว และเมื่องาน Bukruk  Festival พาศิลปินจากทั่วโลกมาแต่งแต้มให้บริเวณนี้มีสีสันขึ้นมาอีกเป็นกอง  วันนี้เราจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึง Wall Art เท่ห์ๆ และร้านกินร้านนั่ง ที่ให้เราได้พักผ่อนระหว่างเที่ยวชมบริเวณนี้ เริ่มจากนั่ง BTS มาลงที่สถานีตากสิน เมื่อลงจากสถานีฝั่งท่าเรือสาทร บริเวณกำแพงข้างโรงแรมแชงการีล่า เราก็จะเห็น Wall Art ที่แรกเป็นแนวยาวตลอดแนวกำแพง วาดโดยศิลปินชาว Netherland ชื่อ Daan Botlek พิกัด n 13.7191691 e 100.5135975 Daan Botlek และที่บริเวณใกล้ๆกันยังมีศาลเจ้าเจียวเองเบี้ยว ซึ่งเป็นศาลเจ้าไหหลำ มีอายุกว่า 150 ปีสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชาวจีน 108 คน  ที่ล่องเรือมาค้าขายที่บางรัก แต่ถูกสังหารที่เวียดนามเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นโจรสลัด พิกัด n 13.719146 e 100.513988 ศาลเจ้าเจียวเองเบี้ยว เป้าหมายต่อไปเราจะไปที่อู่ต่อเรือกรุงเทพ โดยมาที่ถนนเจริญกรุงและมุ่งหน้าไปทางขวา ระหว่างทางเราจะผ่านวัดยานนาวา…

รีวิวงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย มีประวัติการจัดงานมานานกว่า 30 ปี นับเป็นงานท่องเที่ยวที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดเต็ม โดยใช้สวนลุมพินี เป็นสถานที่จัดงาน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีงานเจ๋งๆ แบบนี้จัดขึ้นกลางกรุงเทพมหานคร แบบ outdoor เรามีโอกาสไปเก็บภาพมุมสวยๆของงานมาให้ชมกัน งานมีวันที่ 13-17 มกราคม 2559 เวลา 12.00-22.00 น. เพียง 5 วันเท่านั้น เสียดายว่าวันที่ถ่ายเป็นวันก่อนเริ่มงานเลยยังไม่มีรูปร้านอาหารน่ากินๆ มาให้ชมกัน แต่เท่าที่เห็นน่ากินทุกร้านเลย ว่าแล้วเราไปดูรูปมุมต่างๆกันดีกว่า ภาคใต้ Theme ปักษ์ใต้…ปักหมุดหยุดเวลา มุมชมการแสดง ด้านข้างเวที ถ่ายกับพี่ๆที่มาขายของในงาน เรือนภาคใต้ จัดเต็มจริงๆ ที่นั่งทานอาหารเบาๆ บริเวณร้านขายของ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจำลอง ภาคเหนือ Theme เหนือฝันล้านแรงบันดาลใจ พระตำหนักดาราภิรมย์ โคมใหญ่ตรงทางเข้า บริเวณทางเข้าประดับด้วยร่ม ภาคกลาง Theme สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม ทิวต้นชมพูพันธ์ุทิพย์ (ฉากจ้าาา) กองฟางกับสนามหญ้า เรือนไทยภาคกลาง เรือนไทยภาคกลางอีกมุมนึง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Theme…