ความหนาวและสวนดอกไม้ ที่ไม่ต้องไปไกล บ้านแก่นมะกรูด อุทัยธานี

ใครจะรู้ว่าเราจะสามารถไปสัมผัสกับอากาศหนาวและสวนไม้ดอกเมืองหนาวได้โดยไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่หรือเชียงราย แค่ไม่ถึงครึ่งทางจากกรุงเทพฯ จังหวัดอุทัยธานีนี่ไง เส้นทางหลวงหมายเลข 333 จากอำเภอบ้านไรไปประมาณ 37 กิโลเมตร เราก็จะได้พบกับสวนดอกไม้เมืองหนาวที่มีชื่อว่า สวนพฤกษศาสตร์แก่นมะกรูด ที่นี่มีการปลูกพืชเมืองหนาวและจัดเป็นสวนสวยไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายภาพพร้อมกับชื่นชมความงามของไม้ดอกนานาพรรณ ที่นี่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร ทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โครงการไม้เมืองหนาวที่แก่นมะกรูดเกิดขึ้นจากโครงการหลวงที่ตั้งใจจะสร้างอาชีพให้กับชาวเขาเพื่อที่จะไม่ต้องทำลายป่า และจัดทำสวนสวยงามเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่และได้ซื้อผลิตภัณฑ์จากชาวเขาโดยตรง โดยได้ประโยชน์ทั้งชาวเขาที่ได้ขายผลิตผลทางการเกษตรโดยไม่ต้องเดินทาง นักท่องเที่ยวก็ได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าได้ในราคาถูก ที่ด้านในยังมีสวนสตรอว์เบอรี่ และร้านกาแฟสุดชิคชื่ออุ๊ยกื๋อ (เป็นภาษากระเหรี่ยงแปลว่าอร่อย) โดยใช้เมล็ดกาแฟที่ชาวเขาปลูกเอง บรรยากาศจากร้านแกแฟที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนจริงๆ ก่อนกลับจากบ้านไร่แวะนมัสการหลวงพ่อองค์ใหญ่ที่วัดผาทั่ง ทางเดินเข้าไปที่องค์พระเป็นรูป “มกร” กลืนกินพญานาค อันเป็นคติความเชื่อของชาวเหนือ องค์หลวงพ่อโตมีความสูง 52 เมตร หน้าตักกว้าง 23 เมตร ปางประทานพร ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ แผนที่สวนพฤกษศาสตร์แก่นมะกรูด วัดผาทั่ง Advertisements

สัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้านผ่านศิลปะแห่งความศรัทธา “ฮูปแต้ม สิมอีสาน” จ.ขอนแก่น

สิมวัดไชยศรี ภาพจิตรกรรมฝาผนังอันสวยงามแปลกตาแห่งนี้หลายคนอาจจะคุ้นเคยดี เพราะปรากฎในสื่อต่าง ๆ ของ ททท. อยู่บ่อยครั้งทั้งในปฎิทิน หรืออนุสาร อสท. แต่หลายคนก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่จริงสักครั้ง สิม เป็นภาษาอีสาน มาจากคำว่าสีมา หรือโบสถ์นั่นเอง สิมวัดไชยศรีแห่งนี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ชาวอีสานเรียกกันว่า ฮูปแต้ม หรือรูปแต้ม ที่ถูกวาดลงบนผนังสิมทั้งภายนอกและภายใน โดยช่างพื้นบ้านชาวมหาสารคามชื่อ นายทอง ทิพย์ชา ด้านในจะวาดเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ส่วนด้านนอกวาดเรื่องนิทานพื้นบ้านสังข์สินไชย เวสสันดรชาดก และภาพทวารบาล ลักษณะที่โดดเด่นสะดุดตาคือการใช้สีในโทนพาสเทล อย่างสีคราม เหลือง ขาว ทำจากวัสดุธรรมชาติดูนุ่มนวลสบายตา วัดแห่งนี้ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวอีสานไว้คือ ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปในสิม ซึ่งช่างเขียนตั้งใจแต้มฮูปด้านนอกด้วย เพื่อให้ผู้หญิงสามารถชมความงามของฮูปแต้มได้ด้วย วัดไชยศรีอยู่ห่างจากอำเภอเมืองขอนแก่นประมาณ 20 กิโลเมตร สิมน่าชมในจังหวัดขอนแก่น สิมวัดมัชฌิมวิทยาราม อ.บ้านไผ่ ฮูปแต้มวาดแบบเต็มผนังเรื่องพระเวชสันดรชาดกทั้งสี่ทิศอยู่ภายนอกสิม เริ่มจากกัณฑ์ทศพรถึงนครกัณฑ์รวม 9 ห้อง มีคำบรรยายใต้ภาพทำให้เข้าใจง่าย บันไดทางเข้าสิมมีรูปปั้นพญานาค 2 ตัว สิมวัดสนวนวารีพัฒนาราม อ.บ้านไผ่ สิมขนาดเล็กแต่ทรงคุณค่าด้วยสถาปัตยกรรม ผนังด้านข้างเจาะวงโค้งแทนการใส่บานหน้าต่างเป็นเอกลักษณ์ของช่างฝีมือชาวญวน โดดเด่นด้วยฮูปแต้มนิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์สินไชย แม้การเขียนเรื่องราวจะไม่ร้อยเรียงลำดับและสลับไปมา หรือสัดส่วนเล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่ก็ถือเป็นเส่นห์ของฮูปแต้มอีสานที่สร้างสรรค์งานอย่างอิสระเสรี สิมวัดสระทอง (บ้านบัว)…

วัดเก่าแก่ในเมืองเก่าแพร่

จังหวัดแพร่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ คาดว่าตั้งเมืองมาก่อนสมัยสุโขทัย วัดที่อยู่ในเขตคูเมืองเดิมล้วนแต่เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญ วัดต่างๆเหล่านี้ล้วนแต่มีอายุหลายร้อยปี และยังได้รับการบูรณะซ่อมแซมจะอยู่มาถึงยุคปัจจุบัน ให้เราได้มีโอกาสเห็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ให้ลูกหลานได้เห็น วัดพงษ์สุนันท์ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่เดิมมีชื่อว่าวัดปงสนุก ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 วิหารเกิดความเสียหายจนทำสังฆกรรมไม่ได้อยู่หลายปี หลวงพงษ์พิบูลย์ (พรหมวงศ์พระถาง) และภรรยา เจ้าสุนันตามหายศปัญญา เป็นผู้นำในการก่อสร้างวิหารใหม่ ทางวัดจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพงษ์สุนันท์ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือพระนอนองค์ใหญ่ ซุ้มประตู 19 ยอด พระประธานอายุกว่า 600 ปี วิหารแก้วที่ภายในประดับไปด้วยแผ่นกระจกเล็กๆ ลักษณะคล้ายวิหารวัดท่าซุงที่จังหวัดอุทัยธานี พิกัด n 18.14392 e 100.13705 วัดหัวข่วง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งคาดว่าสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1387 ยุคเดียวกับวัดพระธาตุช่อแฮ และวัดพระธาตุหลวงเนิ้ง มีสิ่งนี่น่าสนใจภายในวัดคือพระธาตุวัดหัวข่วงซึ่งมีอายุมากกว่า 1200 ปี มีตำนานเล่าถึงการปรากฏของดวงแก้วออกมาจากยอดพระธาตุ และพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพระอุโบสถทรงล้านนา โดยได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากร พิกัด n 18.14873 e 100.14150 วัดศรีชุม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์คาดว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1322 แต่เดิมเคยเป็นที่ชุมนุมของฤาษี ที่ทำการรักษาคนเจ็บป่วย…

10 วัดห้ามพลาดเมื่อมาลำพูน

จังหวัดลำพูนมีอายุเก่าแก่มากว่า 1,300 ปี จึงทำให้เมืองนี้ มีวัดที่เก่าแก่และมีประวัติที่น่าสนใจมากมาย วัดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในอีกหลายร้อยแห่งในจังหวัดลำพูน ที่มีความน่าสนใจ รวมถึงมีความงดงามทางศิลปะ 1. วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร วัดสำคัญแห่งนี้ ตั้งอยู่กลางเมืองลำพูน เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำพูนมากว่าพันปี คาดว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 17 ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญมากมาย อาทิ องค์พระธาตุหริภุญชัยเป็นองค์พระธาตุขนาดใหญ่ทรงระฆังคว่ำ สุวรรณเจดีย์ที่มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยมแบบเดียวกับที่วัดจามเทวี ซุ้มประตูโขงที่มีการประดับลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม และวิหารหลวงที่มีลักษณะเป็นโบสถ์ทรงลานนา พิกัด N18.57680 E99.00909   2.วัดจามเทวี สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือเจดีย์ทรงเหลี่ยมที่สร้างโดยช่างจากเมืองละโว้ โดยในทุกๆด้านจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่ในซุ้มจระนำ ลดหลั่นกันไป 5 ชั้น และที่ข้างๆ วิหารมีเจดีย์แบบหริภุณชัยอีกแบบหนึ่งคือเป็นลักษณะแปดเหลี่ยม มีชื่อว่ารัตนเจดีย์ ชั้นที่ 1 ของเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน ชั้นที่ 2 จะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิ พิกัด N18.58188 E98.99647   3.วัดมหาวันวรมหาวิหาร วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องพระเครื่องสำคัญที่มีชื่อว่าพระรอดลำพูน ซึ่งเป็นการจำลองแบบมาจากพระพุทธรูปที่พระนางจามเทวีอัญเชิญมาจากเมืองละโว้เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดเพ็ชรปางมารวิชัย นอกจากเรื่องพระรอดแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีความสำคัญในฐานะที่เคยเป็นพระอารามหลวงของพระนางจามเทวี พิกัด N18.57883 E99.00375   4.วัดพระยืน เจดีย์ของวัดพระยืนมีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนที่อื่นๆ คือมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงฐานกว้างศิลปะพม่า มีซุ้มจระนำสี่ด้านประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนสีทอง…