อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ทหาร แหล่งเรียนรู้เพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละ

ใครที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณช่วงถนนพหลโยธินบรรจบกับถนนวิภาวดี จะเห็นอาคารรูปร่างแปลกตา ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักในชื่ออนุสรณ์สถานฯ แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่าที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ทหารอีกแห่งหนึ่งที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ข้างในมีอะไรบ้างเราไปดูกัน เมื่อเราเข้ามาในบริเวณของอนุสรณ์สถาน เราก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่นำเอาอาวุธยุโธปกรณ์ต่างๆ ที่ปลดระวางแล้ว มาจัดแสดงให้เราได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นรถหุ้มเกราะ รถถังจนไปถึงอากาศยานต่างๆ ให้เราได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และเมื่อเดินเข้าไปถึงตัวอาคาร ที่ด้านหน้าของอาคารทรงไทยประยุกต์ จะเป็นลานประกอบพิธี ซึ่งลานกว้างซึ่งใช้ในการประกอบพิธีวางพวงมาลาในพิธีสำคัญต่างๆ และยังใช้เป็นสถานที่สำหรับต้อนรับประมุข หรือบุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศ โดยลานนี้สามารถตั้งแถวกองทหารเกียรติยศได้ถึง 3 กองร้อย อาคารทรงไทยไทยประยุกต์ที่เห็น ก็คืออาคารประกอบพิธี โดยก่อนที่เราจะเข้าไปในอาคาร ที่ด้านหน้าของอาคารเราจะพบกับดวงโคมนิรันดร์ประภา ที่เป็นตัวแทนของเกียรติคุณของทหารกล้า ที่จะสถิตอยู่ในใจปวงชนชาวไทยตลอดไป ภายในอาคารมีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระบรมรูปมหาราช 9 พระองค์ ภาพเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระราชทานให้กับทหารที่ผ่านสงครามต่างๆมา มีลักษณะเป็นกระจกสีอยู่ที่ผนังอาคาร และภาพสิ่งมงคล 8 ประการที่เป็นกระจกสีเช่นเดียวกัน และยังมีภาพการก่อตั้งราชธานีที่ 4 แห่งเป็นภาพจำหลักนูนต่ำบนแผ่นไม้สักทอง นอกจากนี้ภายในอาคารแห่งนี้ ยังเป็นที่เก็บดินสมรภูมิ ซึ่งเก็บมาจากสมรภูมิรบในครั้งอดีต โดยมีการศึกษาถึงยุคสมัยของชั้นดินที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เพื่อเป็นตัวแทนของทหารในครั้งอดีตที่ยังไม่เคยมีการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์มาก่อน ถัดจากอาคารประกอบพิธี ก็จะเป็นอาคารแปดเหลี่ยมมียอดแหลมที่เราคุ้นตาเมื่อมองจากภายนอก เป็นอาคารประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร โดยด้านหน้าอาคารเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับยืนขนาดเท่าพระองค์จริง แกะสลักด้วยหินอ่อนจากอิตาลี โดยชั้นที่ 1 จัดแสดงหุ่นจำลองของเหตุการณ์สงครามต่างๆ ที่กองทัพไทยเข้าไปมีส่วนในการรบ 5…

ร้านขนม & Café ใน จ.ขอนแก่นที่เห็นแล้วต้องยอมอ้วน

Neighbour Café คาเฟ่สีขาวเล็กๆ ของสองพี่น้องที่มีใจรักในการทำขนมแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็ก ๆ ใจกลางเมืองขอนแก่น ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแถมเจ้าของร้านยังน่ารักเป็นกันเอง ให้บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อนตามคอนเซ็ปของร้าน ทำให้มีแฟนประจำแวะเวียนมาชิมขนมที่มีเมนูหลากหลาย ผลัดเปลี่ยนไปตามไอเดียของเจ้าของร้านที่มักคิดค้นเมนูแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่เสมอ หรือใครอยากจะมานั่งทำงานในบรรยากาศชิว ๆ ก็สามารถทำได้ เมนูแนะนำในช่วงนี้คือ เค้กกล้วยหอม Waffle Whole Wheat  อบใหม่ ๆ เมนูเครื่องดื่มก็แปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่าง Banoffee Twist ที่ดัดแปลงจากขนมมาเป็นน้ำปั่นที่เข้ากันได้ดี หรือ Taro Milk Shake ก็กลมกล่อมหวานกำลังดี สำหรับคอกาแฟก็อย่าพลาดลาเต้อาร์ทสวย ๆ รสกลมกล่อมหอมกรุ่น Neighbour Café เปิดทุกวันเวลา 10.30 – 19.00 น. fb : Neighbour Café พิกัด 16.42564,102.83661 ปั้นแป้ง ร้านเค้กเล็ก ๆ ตกแต่งในสไตล์มินิมอลแบบญี่ปุ่นร้านนี้ฝีมือการทำเค้กไม่ธรรมดาที่ใครชอบทานเค้กไม่ควรพลาด เค้กของที่นี่จะทำสดใหม่อยู่เสมอ ด้วยเค้กแต่ละชนิดจะมีแฟนประจำที่คอยแวะเวียนมาซื้อ ใครมาช้าเค้กที่เล็งไว้อาจจะหมดได้ ที่นี่จะมีหลากหลายเมนู รสชาติหอมละมุน ไม่หวานมากนัก เมนูยอดนิยมเช่น…

ตะลุยเที่ยวย่านสาทรใต้ ศูนย์รวมทางศาสนาและความเชื่อ

ชื่อ “สาทร” ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงว่าจะมีแหล่งที่เที่ยวเลย นึกถึงแหล่งออฟฟิสมากกว่า แต่หลังจากได้ศึกษาข้อมูลดูก็รู้ว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองเก่าอายุเกินกว่า 200 ปี ไม่ว่าจุดไหนแหล่งไหนก็ล้วนแต่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาซ่อนอยู่ จึงไม่น่าแปลกที่ย่านกลางเมืองอย่างสาทรจะมีสถานที่ที่น่าสนใจซ่อนอยู่เช่นกัน เริ่มจากวัดเซ็นต์หลุยส์ วัดคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก แห่งนี้สร้างขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาคริสตศาสนิกชนจาก วัดอัสสัมชัญ และวัดกาลหว่าร์ เนี่องจากทั้งสองวัดนั้นมีผู้มาเข้าร่วมพิธีกรรมเป็นจำนวนมากทำให้เริ่มแออัด วัดเซนต์หลุยส์แห่งนี้เริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957  ลักษณะอาคารเป็นอิฐก่อ มีจากเปิดช่องแสงให้เข้าไปด้านในอาคาร และอาคารมีระบบปรับอากาศ จากวัดเซ็นต์หลุยส์เราไปกันต่อที่ศาสนสถานของศาสนาอิสลามบ้างนั่นก็คือ มัสยิดยะวา ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยชาวชวาที่ย้ายมาอาศัยอยู่บริเวณสาทรใต้ ซึ่งเมื่อย้ายมาแรกๆ ยังไม่มีที่ประกอบศาสนกิจ จึงมีชาวยะวาด้วยกันที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นยกที่ดินให้เพื่อทำการปลูกสร้างเป็นมัสยิด โดยมัสยิดยะวาแห่งนี้มีความโดดเด่นที่หลังคาที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบยะวาหรือชวา โดยถึงแม้จะผ่านการซ่อมแซมครั้งใหญ่มาถึงสองครั้ง แต่ก็ยังคงเก็บรักษาหลังคาแบบเดิมไว้ ถือเป็นมัสยิดอีกแห่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจในบริเวณสาทรใต้ ถัดจากมัสยิดยะวา เลี้ยวซ้ายมาตามทางซอยโรงน้ำแข็ง จนถึงแยกซอยเจริญราษฎร์ 3 เราก็จะพบกับซุ้มประตูจีนด้านซ้ายมือ จะเป็นทางเข้าของสุสานแต้จิ๋ว ถ้าคนที่เกิดทันในยุค 30-40 ปีก่อนคงจะเคยได้ยินชื่อป่าช้าวัดดอน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะที่มีผู้คนเข้ามาออกกำลังกาย และมีการจัดสวนตกแต่งอย่างสวยงาม และมีศาลเจ้าที่เป็นอาคารแบบจีน รวมถึงศาลาและสิ่งตกแต่งก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ประเทศจีน และที่ใกล้ๆกันก็จะเป็นทีตั้งของวัดปรก ซึ่งวัดปรกแห่งนี้เป็นวัดของชาวมอญหรือชาวรามัญ มีลักษณะคล้ายกับวัดของพม่า สร้างมากว่า 70 ปี โดยชาวมอญที่อพยพมาจากหงสาวดี โดยจุดเด่นของวัดมอญที่เห็นได้ชัดคือมีการประดับด้วยหงส์ อันเป็นความเชื่อของชาวมอญถึงเรื่องต้นกำเนิดเมืองหงสาวดี…

สัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้านผ่านศิลปะแห่งความศรัทธา “ฮูปแต้ม สิมอีสาน” จ.ขอนแก่น

สิมวัดไชยศรี ภาพจิตรกรรมฝาผนังอันสวยงามแปลกตาแห่งนี้หลายคนอาจจะคุ้นเคยดี เพราะปรากฎในสื่อต่าง ๆ ของ ททท. อยู่บ่อยครั้งทั้งในปฎิทิน หรืออนุสาร อสท. แต่หลายคนก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่จริงสักครั้ง สิม เป็นภาษาอีสาน มาจากคำว่าสีมา หรือโบสถ์นั่นเอง สิมวัดไชยศรีแห่งนี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ชาวอีสานเรียกกันว่า ฮูปแต้ม หรือรูปแต้ม ที่ถูกวาดลงบนผนังสิมทั้งภายนอกและภายใน โดยช่างพื้นบ้านชาวมหาสารคามชื่อ นายทอง ทิพย์ชา ด้านในจะวาดเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ส่วนด้านนอกวาดเรื่องนิทานพื้นบ้านสังข์สินไชย เวสสันดรชาดก และภาพทวารบาล ลักษณะที่โดดเด่นสะดุดตาคือการใช้สีในโทนพาสเทล อย่างสีคราม เหลือง ขาว ทำจากวัสดุธรรมชาติดูนุ่มนวลสบายตา วัดแห่งนี้ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวอีสานไว้คือ ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปในสิม ซึ่งช่างเขียนตั้งใจแต้มฮูปด้านนอกด้วย เพื่อให้ผู้หญิงสามารถชมความงามของฮูปแต้มได้ด้วย วัดไชยศรีอยู่ห่างจากอำเภอเมืองขอนแก่นประมาณ 20 กิโลเมตร สิมน่าชมในจังหวัดขอนแก่น สิมวัดมัชฌิมวิทยาราม อ.บ้านไผ่ ฮูปแต้มวาดแบบเต็มผนังเรื่องพระเวชสันดรชาดกทั้งสี่ทิศอยู่ภายนอกสิม เริ่มจากกัณฑ์ทศพรถึงนครกัณฑ์รวม 9 ห้อง มีคำบรรยายใต้ภาพทำให้เข้าใจง่าย บันไดทางเข้าสิมมีรูปปั้นพญานาค 2 ตัว สิมวัดสนวนวารีพัฒนาราม อ.บ้านไผ่ สิมขนาดเล็กแต่ทรงคุณค่าด้วยสถาปัตยกรรม ผนังด้านข้างเจาะวงโค้งแทนการใส่บานหน้าต่างเป็นเอกลักษณ์ของช่างฝีมือชาวญวน โดดเด่นด้วยฮูปแต้มนิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์สินไชย แม้การเขียนเรื่องราวจะไม่ร้อยเรียงลำดับและสลับไปมา หรือสัดส่วนเล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่ก็ถือเป็นเส่นห์ของฮูปแต้มอีสานที่สร้างสรรค์งานอย่างอิสระเสรี สิมวัดสระทอง (บ้านบัว)…

เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบยั่งยืนผ่านเส้นทางผ้า ที่กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข จ.ขอนแก่น

หลายๆ จังหวัดในภาคอีสานก็มักจะมีการทอผ้าไหมที่ได้ชื่อว่าสวยงามไม่แพ้ภาคอื่นๆ แต่ที่จังหวัดขอนแก่นมีแหล่งผลิตผ้าไหมที่ได้สร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างจากที่อื่นๆ คือกลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข ที่ตั้งอยู่ในแหล่งผ้าไหมที่ขึ้นชื่อของขอนแก่นคือที่ อ.ชนบท ในชุมชนบ้านดอนข่า ที่นี่มีการทอผ้าไหมมัดหมี่ โดยใช้เส้นไหมออร์แกนิก ซึ่งในแต่ขั้นตอนการผลิตไม่มีการใช้สารเคมีเข้ามาเป็นส่วนประกอบตั้งแต่การปลูกหม่อนโดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่ได้จากการย้อมเส้นไหมแบบย้อมเย็น ซึ่งเป็นการย้อมที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงและสีที่นำมาย้อมก็นำมาจากวัสดุธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบลายผ้าไหม โดยมีการรวมลาย 9 ลาย แล้วตั้งชื่อว่า ผ้าไหมมัดหมี่เฉลิมพระเกียรติลายนพเก้า ถือเป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาวของที่นี่ ใครที่อยากชมการทอผ้าและการย้อมไหมสีธรรมชาติแบบย้อมเย็น สามารถไปชมได้ที่กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข โดยสามารถเลือกซื้อผ้าไหมไทยคุณภาพดีจากที่นี่ด้วย กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโขตั้งอยู่ที่ บ้านดอนข่า ตำบลชนบท อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น โทร 08 5008 2264 คุ้มสุขโขจัดว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทำให้เราเข้าถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมจริงๆ

ทะเลบัวแดง ที่เที่ยวสุดฮิตสุดฮิปเมืองอุดร

ทุ่งดอกบัวสีชมพูเข้มตั้งอยู่นี่หนองหาน อำเภอกุมภวาปี บางคนอาจจะสับสนกับอำเภอหนองหาน แต่ทุ่งบัวแดงนี้อยู่ที่อำเภอกุมภวาปี ไม่ได้อยู่ที่อำเภอหนองหาน และมีบางส่วนอยู่ในเขตอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ที่หนองหานแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คนที่นี่ และยังมีความสำคัญต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ใช้หนองน้ำแห่งนี้เป็นที่หากิน ทำให้เราได้เห็นทั้งวิถีชีวิตและธรรมชาติ อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกัน โดยปกติแล้วบัวแดงจะออกดอกบานให้เราเห็นในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ของทุกปี แต่เนื่องจากสภาพอากาศในปีนี้ (พ.ศ.2559) มีการเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้บัวเลื่อนการออกมาเป็นเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ซึ่งก็ยังทำให้เราสบายใจว่าบัวแดงเหล่านี้ยังไม่หายไปจากหนองหาน และยังมีปริมาณมากเหมือนเดิม ถึงจะชื่อว่าบัวแดง แต่สีจริงๆจะเป็นสีชมพูออกเข้ม ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Water Lily เจริญเดิบโตได้ดีในที่ที่น้ำสะอาดแสงแดดส่องถึง บางปีน้ำในหนองขุ่นก็จะส่งผลให้ดอกออกน้อย อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นบ้าง แต่ปีนี้ถือว่าดอกออกมากทำให้ได้ภาพที่สวยงาม การเดินทางมาชมทะเลบัวแดงมีท่าเรือที่นิยมใช้อยู่สองแห่ง แห่งแรกที่บ้านเดียม ที่นี่เป็นที่แรกๆที่มีการให้บริการเรือนำเที่ยวชมทะเลบัวแดง มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ โดยผู้นำชุมชน โดยการเดินทางจะใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ออกจากเมืองอุดรธานีไปประมาณ 26 กิโลเมตร ประมาณ กม.ที่ 428 จะมีป้ายบอกทางไปทะเลบัวแดงให้เลี้ยวซ้ายที่ถนนทางหลวงชนบท อด.1071 เข้าไปจะมีป้ายบอกตลอดทางจนไปถึงบ้านเดียม โดยสามารถติดต่อจองเรือล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 08 9395 0871 ค่าเรือลำละ 500 บาท นั่งได้ลำละ 8 คน ส่วนอีกที่จะเป็นที่บ้านแชแลเป็นท่าเรือเล็กกว่า ปกติจะเป็นท่าเรือที่ชาวบ้านใช้ข้ามไปวัดดอนหลวงซึ่งจะเป็นวัดที่อยู่กลางหนองทะเลบัวแดง…

พาไปเที่ยวสวนมะม่วงหาวมะนาวโห่ จ.สมุทรสงคราม

ใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ในจังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากตลาดน้ำอัมพวา อุทยาน ร.2 ล่องเรือชมหิ่งห้อยแล้ว เราจะพาไปเที่ยวสวนเกษตรอินทรีย์ในอำเภอบางคนที ที่นี่คือ บ้านสวนมะนาวโห่ลุงศิริ “มะม่วงหาวมะนาวโห่” คืออะไร เป็นยังไง มันคือ ผลไม้ชนิดหนึ่งรูปร่างคล้าย ๆ ลูกเชอร์รี่ ผลสุกจะเป็นสีม่วงรสชาติเปรี้ยว ผลไม่สุกสีขาวเหลือบแดงก็รับประทานได้รสชาติฝาด เดี๋ยวเราจะมาเล่าสรรพคุณให้ฟังกัน ที่สวนลุงศิรินี้เมื่อเดินเข้ามาจะเจอบรรยากาศร่มรื่นต้นไม้เขียวขจี มีการตกแต่งสวนอย่างสวยงาม เอาพร้อพต่าง ๆ มาวางประดับสวน ทำให้มีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ต้นมะม่วงหาวมะนาวโห่แผ่กิ่งก้านกลายเป็นร่มเงาทำให้สวนร่มรื่น เมื่อเงยหน้าไปมองจะเจอลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่สีสันต่าง ๆ ทั้งลูกยังไม่สุกจะมีสีขาวเหลือบแดง จนถึงลูกสุกจะมีสีแดงเข้มไปจนถึงสีม่วง น่ารักน่าถ่ายรูป ยิ่งสวนตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองมีมุมนั่งเล่นริมน้ำ ลมพัดเย็น ๆ เพลินอย่าบอกใคร มะม่วงหาวมะนาวโห่ มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์มากมาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเบาหวานและมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด มีวิตามินซีสูงทำให้ร่างกายแข็งแรง เสริมสร้างคอลาเจน ป้องกันเซลล์สมองเสื่อม และอื่น ๆ สรรพคุณมากมายอย่างนี้เค้ามีผลการวิจัยรองรับด้วยนะ ทางสวนลุงศิริจึงได้ทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้รับประทานง่าย ทั้งน้ำไซเดอร์มะม่วงหาวมะนาวโห่ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่รสชาติต่าง ๆ  ไวน์ มะม่วงหาวมะนาวโห่ลอยแก้ว สามรส ไอศกรีม…

หลีกหนีความวุ่นวาย พักกายเบา ๆ ที่เกาะพยาม

ใครกำลังมองหาเกาะเงียบ ๆ มีความเป็นส่วนตัว น้ำทะเลใส ๆ ทรายขาว ๆ ต้องที่นี่เลย เกาะพยาม หนึ่งในเกาะทางฝั่งทะเลอันดามันที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก มาดูกันว่าภายใน 1 วันบนเกาะพยามเราไปเที่ยวไหนกันได้บ้าง รับรองว่าเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครแน่นอน การเดินทางบนเกาะพยามนั้นนักท่องเที่ยวจะนิยมเช่ารถมอเตอร์ไซด์ซึ่งค่าเช่าวันละ 200-300 บาทเท่านั้น แต่เรามีกัน 5 ชีวิตที่แต่ละคนก็ขี่มอเตอร์ไซด์กันไม่แข็งแรง เราจึงเช่าพาหนะคู่ใจเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครนั่นคือ รถสามล้อนั่นเอง ราคารวมแล้วก็ไม่ต่างกับการเช่ามอเตอร์ไซด์มากนักแถมยังมีคุณลุงใจดีเป็นโชเฟอร์ ถนนบนเกาะแคบเนื่องจากชาวบ้านจะสัญจรโดยรถมอเตอร์ไซด์ และถนนบางช่วงจะเป็นถนนลูกรังขรุขระนั่งกันหัวสั่นหัวคลอน ก็ได้อารมณ์สนุกไปอีกแบบ เมื่อได้พาหนะคู่ใจแล้วไปลุยกันเลย เริ่มต้นด้วยการไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกันที่ วัดเกาะพยาม อยู่ใกล้ ๆ ท่าเรือนี่เอง จุดเด่นของที่นี่คือพระอุโบสถกลางน้ำ ก่อนเรือจะเทียบท่าที่เกาะพยามเราจะเห็นพระอุโบสถแห่งนี้โดดเด่นมีสะพานทอดยาวออกไปกลางทะเล นอกจากพระอุโบสถแล้วยังมีพระวิริยะ ชัยมงคล ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ หันหน้าออกทะเล วัดแห่งนี้มีพระจำพรรษาอยู่เพียงไม่กี่รูปซึ่งช่วยกันดูแลวัด กลางวันเราแวะที่ ร้านลูกเต๋า ตรงบริเวณใกล้ๆ กับท่าเรือ กินอาหารที่ขึ้นชื่อของเกาะพยามนั่นก็คือ พริกแกงราดข้าว พริกแกงที่นี่จะใช้เป็นพริกแกงพม่า ซึ่งมันจะคล้ายกับน้ำพริกคั่วแห้งแบบไทย รสชาติอร่อยกลมกล่อมมาก ส่วนใครจะเลือกผัดกับเนื้อสัตว์ชนิดใดก็สามารถเลือกได้ตามความชอบ แต่ขอแนะนำเป็นเต้าหู้ผัดพริกแกงราดข้าว มาพร้อมกับเต้าหู้ทอดร้อนๆ แซบสุดๆ บลูสกาย รีสอร์ท เราแวะหาของอร่อย…

ออนเซ็นเมืองไทยไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น ที่จังหวัดระนองนี่เอง

ออนเซ็นหรือการแช่น้ำแร่ร้อนในบ่อธรรมชาติเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่น แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเมืองไทยของเราก็มีบ่อน้ำแร่ดี ๆ ให้เราได้แช่กัน ทำไมคนถึงชอบแช่น้ำแร่? เนื่องจากน้ำจากบ่อน้ำแร่ธรรมชาติอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากจะช่วยให้ผ่อนคลายแล้ว ยังทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น บรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ทั้งปวดแบบเรื้อรังหรือโรคออฟฟิสซินโดรม รวมถึงใครที่เล่นโทรศัพท์มือถือนาน ๆ จนปวดไหล่ปวดแขน การแช่น้ำร้อนก็ช่วยได้นะ ยิ่งถ้าอากาศหนาว ๆ หรือหลังฝนตกอย่างช่วงนี้ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ วันนี้เราจะพาไปแช่น้ำแร่กันที่ จ.ระนอง ในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นของทุกวัน ชาวระนองและนักท่องเที่ยวนิยมมาแช่น้ำแร่กันตามบ่อน้ำร้อนต่าง  ๆ ที่อยู่ในตัวเมืองระนอง นอกจากจะได้แช่น้ำแร่แล้วยังเป็นที่พบปะพูดคุยกัน เรียกว่าคุยกันไปแช่น้ำแร่กันไปเพลินทีเดียว บ่อน้ำแร่ใน จ.ระนองที่นิยมกันมี 3 แห่ง คือ บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน อยู่ในสวนสาธารณะบรรยากาศร่มรื่น ที่นี่เค้าพัฒนาบ่อน้ำร้อนให้มีลักษณะคล้าย ๆ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนให้แช่กันได้อย่างสบายใจโดยไม่เสียค่าเข้า มีทั้งส่วนบ่อรวมกลางแจ้ง บ่อแช่เท้า ลานสุขภาพที่เป็นพื้นปูนร้อนเนื่องจากมีน้ำร้อนไหลผ่านด้านล่าง สามารถนอนบนพื้นปูนเพื่อผ่อนคลาย และบ่อของเอกชนที่เสียค่าเข้าแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นอกจากนี้ชาวบ้านยังนิยมมาตักน้ำในบ่อน้ำร้อนกลับไปอาบที่บ้านอีกด้วย ข้างบริเวณบ่อน้ำร้อนเป็นสวนสาธารณะรักษวารินมีลำธารไหลผ่านต้นไม้เขียวครึ้ม มีสะพานแขวนให้เดินเล่นพักผ่อนถ่ายรูปก็สวย บ่อน้ำร้อนรักษะวารินเปิดทุกวันเวลา 05.00 – 21.00 น. บ่อน้ำร้อนพรรั้ง บ่อน้ำร้อนท่ามกลางธรรมชาติ…

เที่ยวระนองเก๋ไก๋ ถ่ายรูปฮิปๆ…ต้องที่นี่เลย

ไปเที่ยวระนองทั้งที ก็อยากมีรูปเก๋ๆ กับเค้าบ้าง แต่เมืองระนองมีที่เที่ยวตั้งมากมาย ถ้าอยากโฟกัสไปจุดที่ถ่ายรูปเก๋ๆ เลย จะได้มีรูปสวยๆ ไปอวดเพื่อน มาดูสถานที่เหล่านี้กันพอเป็นไอเดียให้เที่ยวระนองได้อย่างสนุก พร้อมกับได้รูปที่สวยงาม หาดบ้านทะเลนอก หาดเงียบๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักที่ อำเภอกะเปอร์ ที่นี่มีทิวสนเรียงรายอยู่ตามแนวชายหาด เหมาะอย่างยิ่งกับการถ่ายรูปเดินชิวๆ ตามแนวสน และที่นี่ยังเงียบสงบ บรรยากาศดี รวมถึงใกล้ๆ กัน ยังมีโฮมสเตย์ให้พัก และมีกิจกรรมต่างๆให้ทำมากมายอีกด้วย บ้านไร่ไออรุณ เป็นฟาร์มสเตย์ที่ฮอทที่สุดในจังหวัดระนองตอนนี้ ที่นี่มีที่พักไม่มาก และมักจะถูกจองเต็มเป็นปีๆ ถึงไม่ได้พักที่นี่ ก็เข้ามาแวะทานอาหาร ถ่ายภาพกันได้โดยที่เจ้าของไม่หวง ด้วยความที่มีการตกแต่งที่ดูเก๋อยู่แล้ว ไม่ว่าจะยืนมุมไหน ก็สามารถถ่ายภาพให้ดูดึไปได้ซะหมด ภูเขาหญ้า จุดนี้นับว่าดีงามมากๆ ถือเป็นเดอะมัสที่ต้องมาถ่ายรูป ด้วยความที่เป็นทุ่งกว้างขนาดใหญ่ ประกอบกับเนินเขาที่มีความแปลกตา รวมถึงรั้วสไตล์ฟาร์มที่มีความเก๋ไก๋ ทำให้เราได้รูปสวยๆ ไปจากที่นี่มากมาย แต่แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ พระอาทิตย์ตก จะได้แสงแบบริมไลท์ผมสะท้อนแดดแบบที่ต้องการเลย  ขนาดช่วงที่ไปถ่ายไม่มีหญ้าเลยยังสวย นี่ถ้ามีหญ้าขึ้นนะจะดีขนาดไหน ถ้าอยากได้บรรยากาศแบบหญ้าเขียว ๆ ลองมาในช่วงหน้าฝนดูนะ รับรองฟิน พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) เป็นอาคารไม้ทั้งหลังที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประทับแรม ของพระมหากษัตริย์ 3…

น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ…เกาะที่ยังไม่ฮิตแต่สวยเลอค่า

ถ้าพูดถึงเกาะในจังหวัดระนอง หลายคนคงนึกถึงเกาะพยามเป็นอันดับแรก แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักหมู่เกาะในอำเภอกะเปอร์ ที่น้ำใสเหมือนสระว่ายน้ำ หาดทรายขาวเม็ดละเอียด สวยเป็นอันดับต้น ๆ ของเกาะในทะเลอันดามัน เราจะพาไปเที่ยวที่หมู่เกาะกำ เกาะค้างคาว และเกาะญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนกัน วันนี้อากาศดีท้องฟ้าเป็นใจ เราขึ้นเรือที่ท่าเรือบางเบน เป็นเรือหางยาวแบบมีหลังคานั่งได้ 10-15 คน เกาะแรกที่เราจะไปคือ เกาะค้างคาว นั่งเรือประมาณ 40 นาทีก็ถึง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อมาถึงเกาะค้างคาวคือ ทรายขาวละเอียดเหมือนแป้งนุ่มเท้า น้ำทะเลสีฟ้าใสเหมือนสระว่ายน้ำเลยทีเดียว ด้านหน้าหาดสามารถเล่นน้ำ หรือจะแค่นั่งตามโขดหินชมวิวดูคนเล่นน้ำเพลิน ๆ ก็มีความสุขแล้ว สำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังสามารถดำน้ำตื้นได้บริเวณไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ที่นี่จะมีปะการังแข็ง ปลาเสือ และไฮไลท์จะเป็นปลาการ์ตูนนีโม่สีส้มขาว และพันธุ์อินเดียแดงว่ายอยู่ในกอดอกไม้ทะเลน่ารักมาก ๆ จากเกาะค้างคาวเรานั่งเรือประมาณ 15 นาที ก็จะถึงเกาะกำ ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี เราแวะทานข้าวกันที่อ่าวเขาควาย ซึ่งทัวร์ต่าง ๆ จะมาทานข้าวที่นี่เพราะมีม้านั่งใต้ทิวสนร่มรื่น เสร็จแล้วเราก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาชนะใส่อาหารและน้ำ รวมถึงขยะต่างๆ นำกลับไปทิ้งที่ฝั่ง อิ่มแล้วก็เดินย่อยกันซักหน่อย เราเดินทะลุทิวสนไปอีกด้านหนึ่งของเกาะจะเจอชายหาดที่มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใส ไม่แพ้เกาะค้างคาวเลยทีเดียว จนอดใจไม่ไหวต้องเล่นน้ำกันต่อ สำหรับใครที่ชอบการผจญภัย สามารถเดินขึ้นไปจุดชมวิวอ่าวเขาควายระยะทางไม่ไกลแค่ 200…

ก้องวัลเลย์ แหล่งพบปะของคอกาแฟตัวจริง

    เมื่อเดินทางมาถึง “ก้องวัลเลย์” เราก็จะเริ่มได้กลิ่นกาแฟหอมโชยมาเบาๆ และเมื่อเข้าใกล้โรงคั่วกาแฟ กลิ่นกาแฟก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ที่โรงคั่วนี้ “คุณก้อง” ผู้เป็นเจ้าของก้องวัลเลย์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วมือและท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งนี้ มักจะอยู่ที่นี่เพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับผู้มาเยือนซึ่งมีความสนใจในเรื่องกาแฟเหมือนๆ กัน   คุณก้องเล่าให้เราฟังว่า ภาคใต้ของไทยเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงมากว่า 40 ปี นับตั้งยุคที่คุณก้อง ได้ขนานนามว่าเป็นยุค “Coffee Rush” หรือยุคตื่นกาแฟ โดยในยุคนั้นมีพ่อค้ารับซื้อกาแฟถึงกิโลกรัมละ 120 บาท ทำให้ชาวภาคใต้ในแถบชุมพร ระนอง หันมาโค่นต้นยางเปลี่ยนมาปลูกกาแฟกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้ในที่สุดราคากาแฟก็ตกต่ำ จนแตะกิโลกรัมละ 20 บาท “ก้อง” ในฐานะลูกหลานชาวสวนที่พบกับสถานการณ์ราคากาแฟตกต่ำ โดยที่เกษตรกรผู้ปลูกไม่มีโอกาสกำหนดราคาเองให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริง   จนกระทั่งได้มีโอกาสอ่านพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตอนหนึ่งว่า “…การกสิกรรมและอาชีพในด้านเกษตรทุกทุกอย่างย่อมต้องอาศัยปัจจัยสำคัญหลายด้าน ด้านหนึ่งก็คือหลักวิชาของการเพาะปลูก เป็นต้น และอีกด้านหนึ่งก็เป็นการช่วยให้เพิ่มหลักวิชาเหล่านั้น และเมื่อได้ปฏิบัติแล้วได้ผลิตผลแล้วก็จะต้องสามารถดัดแปลงและขายจำหน่ายผลิตผลที่ตนได้ทำ ฉะนั้นทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน ความขยันหมั่นเพียรในการผลิต ความรู้ในวิชาการผลิตและความรู้ในการเป็นอยู่ ทั้งความรู้ในด้านจำหน่าย ล้วนเป็นความรู้ที่จะต้องประสานกันหมด…”    จึงทำให้คุณก้องหันมาสนใจการแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟ ตั้งแต่ปลูกต้นกาแฟจนมาเป็นกาแฟที่ดื่มกันในร้านกาแฟ และพบว่าขั้นตอนต่างๆ รวมถึงต้นทุนในการจะมาเป็นกาแฟหนึ่งแก้วนั้น ไม่ได้สูงอะไรเลย แต่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกลับได้รับค่าตอบแทนน้อย…