ไปวิ่งเล่นในทุ่งดอกเก๊กฮวยที่เชียงใหม่

ภาพทุ่งดอกเก๊กฮวยสีขาวบานอยู่บนเนินเขา ท่ามกลางภูเขาเขียวและท้องฟ้าสีฟ้าสด ดูแล้วฟรุ้งฟริ้งจนทำให้เราตัดสินใจที่จะไปเห็นของจริงให้ได้ เราออกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ขึ้นไปทางแม่ริม เนื่องจากหาข้อมูลมาว่าไปทางแม่ริมทางจะไม่คดเคี้ยวเท่ากับเส้นสะเมิง ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงเราก็มาถึงแม่ริมด้วยเส้นทางสบาย ๆ แวะทานอาหารกลางวันกันก่อนที่จะไปต่อ เพื่อนที่อยู่เชียงใหม่แนะนำว่า ร้าน Ironwood ควรจะต้องแวะให้ได้ เพราะเค้าดีงามทั้งการตกแต่งและอาหาร ร้านร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่มีการนำของประดับสวนแบบยุโรปมาตกแต่งได้อย่างเก๋ไก่ไปทุกมุม ทั้งเสาฉลุ น้ำพุ ต้นเฟิร์น เรือนกระจก ที่ดูแล้วเข้ากัน ทานอาหารและถ่ายรูปกันเรียบร้อย จากร้าน Ironwood  ทางต่อจากนี้จะเป็นทางขึ้นเขาเรียกว่าโหดในระดับปานกลาง ใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่าเราก็มาถึงบ้านอมลอง หมู่บ้านที่มีการปลูกเก๊กฮวยอยู่หลายไร่ เราขับรถผ่านไปตามไร่ต่าง ๆ จนไปถึงไร่นายพล ไร่ที่อยู่ท้ายสุดของบริเวณนี้ เก๊กฮวยออกดอกสีขาวบานสะพรั่งอยู่เต็มไร่ไล่ระดับไปตามเนินเขา จึงได้รูปสวย ๆ กลับมาสมกับที่ข้ามเขาหลายลูกกว่าจะมาถึง ไปถึงแล้วก็ช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของทางไร่สักหน่อย มีทั้งน้ำเก๊กฮวย ดอกเก๊กฮวยตากแห้ง หอมกระเทียม และผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้าน ทุ่งดอกเก๊กฮวยบ้านอมลองจะบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ดูจากพิกัดใน google map แล้วขับตามมาได้เลยไม่หลงแน่นอน จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางเส้นแม่ริมใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง ทางขึ้นเขาค่อนข้างคดเคี้ยว แต่ผ่านวิวภูเขาสวย ๆ สุดลูกหูลูกตาให้ได้ชมเพลิน ๆ ระหว่างทาง    

มาที่เดียวเหมือนได้เที่ยวรอบโลก ที่พิพิธภัณฑ์พระราม 9

ใครว่าพิพิธภัณฑ์เหมาะสำหรับเด็กเท่านั้น แต่การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเหมาะกับทุกเพศทุกวัยช่วยเปิดโลกของคุณให้กว้างขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางรอบโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แสดงเรื่องราวย้อนอดีตไปตั้งแต่การกำเนิดสุริยจักรวาล การกำเนิดโลก รวมถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในทวีปต่าง ๆ โดยแบ่งเป็นโซนที่น่าสนใจ เริ่มตั้งแต่โซนที่ 1 Our Home การกำเนิดของโลก ซึ่งนำเสนอผ่าน animation การเกิด Big Bang เพื่อให้เข้าใจการกำเนิดโลกและสิ่งมีชีวิตได้อย่างตื่นตาตื่นใจ เมื่อเดินออกจากห้องฉายภาพยนตร์ Big Bang เราจะได้พบกับหุ่นจำลองไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงที่สามารถเคลื่อนไหวได้ และรายละเอียดของไดโนเสาร์พันธุ์ต่าง ๆ ถัดไปจะเป็นวิวัฒนาการการกำเนิดมนุษย์รวมถึงนวัตกรรมการดำรงชีวิตที่ถูกคิดค้นโดยมนุษย์โบราณ รวมถึงวิวัฒนาการของสัตว์นานาชนิด โซนที่ 2  Our Life โซนนี้มีการจำลองภูมิประเทศของทวีปต่าง ๆ อย่างสมจริง เหมือนได้เดินทางไปในทวีปต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น โซน Antarctica ทดลองสร้างบ้าน Igloo ที่ทำมาจากก้อนน้ำแข็ง ที่ชาวอินนูอิทสร้างเป็นบ้านชั่วคราว ทดลองเดินไปในเขตป่าสนที่มีระบบชีวนิเวศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จะรู้สึกนุ่มเหมือนเดินอยู่บนพื้นป่าสนจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมการเดินทางของปลาแซลมอน ระบบนิเวศน์ทะเลทรายที่มีห้องฉายภาพยนตร์แบบ 4D เสมือนได้ขี่อูฐผจญภัยอยู่ในทะเลทราย เดินต่อไปเรื่อย ๆ จะพบโซนด้านนอกที่เป็นการจำลองป่า…

มิวเซียมลำปาง…แหล่งเรียนรู้ที่ไม่รู้เบื่อ

– มิวเซียมยุคใหม่ –  มิวเซียมลำปาง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ลบภาพความจำพิพิธภัณฑ์เมืองแบบดั้งเดิมไปได้เลย เนื่องจากการออกแบบการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัย มีวิธีถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ ถือเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่อย่างแท้จริง และเป็นหนึ่งในต้นแบบของการสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (Discovery Museum) ประเภทพิพิธภัณฑ์เมือง (City Museum) ในระดับจังหวัดลำปาง โดยบอกเล่าเรื่องราวภายใต้แนวคิด “คน-เมือง-ลำปาง” – ย้อนอดีตจากจุดเริ่มต้น – เราต้องมีเวลาสัก 2-3 ชั่วโมง ถึงจะเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้อย่างครบถ้วน พิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 16 ห้องนิทรรศการ โดยเรียงร้อยเรื่องราวผ่านห้องจัดแสดงต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่เรื่องราวบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่อาศัยอยู่ในจังหวัดลำปางตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และประวัติเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดลำปาง การย้อนอดีตของพื้นที่จังหวัดลำปางผ่านฟอสซิลมนุษย์เกาะคา ภาพเขียนสีและหลุมฝังศพที่ช่องประตูผา ซึ่งบ่งบอกว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่บริเวณนี้มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์   – รถไฟพาความเจริญเข้ามา – เราได้เรียนรู้วิวัฒนาการของเมืองลำปางตั้งแต่รุ่นแรกคือ เขลางค์นคร เริ่มเปลี่ยนแปลงสู่ยุคเวียงลคอร จนถึงยุคต้นรัตนโกสินทร์ การเริ่มมีรถไฟทำให้เมืองลำปางเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วแบบพลิกโฉม คหบดีชาวพม่าเข้ามาทำกิจการค้าไม้ จนมีการเปลี่ยนแปลงจนถึงยุคปัจจุบัน เรียนรู้สำเนียงภาษาและคำศัพท์ในแต่ละอำเภอที่แตกต่างกัน สถานที่ท่องเที่ยวอันหลากหลายและของที่ระลึกที่ห้ามพลาด ทั้งหมดนี้รวบรวมอยู่ในมิวเซียมลำปาง ที่จะทำให้การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด

หร่อยจังฮู้ จนน้ำหูน้ำตาไหลที่…คั่วกลิ้ง ผักสด

ร้านอาหารที่การันตีความอร่อยโดยหนังสือมิชลิน ไกด์ ด้วยรางวัลบิบ กูร์มองด์ สำหรับคนที่ชอบอาหารใต้รสชาติจัดจ้าน วันนี้เราสั่งกันเบา ๆ 3 เมนูเด็ด จานแรก คั่วกลิ้งหมูสับ รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องแกงคั่วกลิ้ง โรยหน้าด้วยมะกรูดหั่นฝอยและพริกขี้หนูสด ทานคู่กับผักสดที่หวานกรอบสดใหม่สมชื่อ จานที่ 2 น้ำพริกกุ้งสด กุ้งสับเป็นชิ้น ๆ หอมแดงที่ใส่มาไม่อั้น พริกขี้หนูตำกับกะปิอย่างดี รสชาติกลมกล่อมเผ็ดกำลังดีสำหรับอาหารใต้ ทานคู่กับชุดผักสดและผักต้มจานใหญ่ จานที่ 3 แกงเหลืองยอดมะพร้าวปลากะพง ทีเด็ดอยู่ที่ปลาสดมาก เนื้อแน่นมีรสชาติเครื่องแกงเหลืองแทรกอยู่ในเนื้อ ยอดมะพร้าวอ่อนเคี้ยวกรุบ ๆ น้ำแกงเหลืองเค็มนำเปรี้ยวนิดกำลังดีหอมเครื่องแกงเหลืองรสจัดจ้าน   ขนมหวานประจำวันนี้เป็นบัวลอยเผือก แป้งบัวลอยนุ่ม ๆ หนึบ ๆ เผือกชิ้นโตใส่มาแบบเต็ม ๆ เนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่ม ๆ น้ำกะทิหวานนิดเค็มหน่อยฝีมือแบบของอร่อยที่ทำกินเองที่บ้าน เครื่องดื่มน้ำอัญชันมะนาวโซดา ใช้มะนาวสด ๆ เปรี้ยวหวานซ่าชื่นใจแก้เผ็ดได้ดี   มาครั้งหน้าจะสั่งสะตอผัดกะปิ ไข่พะโล้ขาหมู แกงปูใบชะพลูเส้นหมี่ กุ้งมะขาม แต่วันนี้ขอลาก่อนพุงจิแตก ร้านเปิดทุกวัน เวลา…

คาเฟ่แสนเก๋ จ.ระนอง ดีต่อใจ ดีต่อโลก

ทุกวันนี้กระแสรักโลกกำลังมาแรงสุด ๆ แต่เราไม่อยากให้มันเป็นแค่กระแสที่ผ่านเข้ามาชั่วครั้งชั่วคราว แต่ถือเป็นหน้าที่ของชาวโลกทุกคนที่จะต้องช่วยกันปกป้องโลกของเราใบนี้ เพราะมันไม่ใช่สิ่งไกลตัวอีกต่อไป แค่เห็นคนอื่นทำแล้วคิดว่าดี แต่ก็ไม่ทำอะไร แล้วทำไมไม่ทำบ้างล่ะ เริ่มที่ตัวเองก่อน อาจต้องอาศัยความพยายาม และอยู่ที่ว่าใครจะทำจริง และใครจะเริ่มก่อน… วันนี้เราภูมิใจนำเสนอคาเฟ่ดี ๆ ที่ไม่ใช่แค่คิด แต่เกิดจากความตั้งใจและลงมือทำจริง ๆ เกิดขึ้นที่จังหวัดเล็ก ๆ แต่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอย่าง จังหวัดระนอง ที่ใครมาจะต้องหลงรัก Mata Cafe คาเฟ่ดี ๆ ที่อยากให้ทุกคนได้มา บ้านไม้สีขาวยุค 70 ตั้งอยู่โดดเด่นริมถนนเพชรเกษม ชานเมืองจังหวัดระนอง ให้บรรยากาศการตกแต่งแบบมินิมอล เรียบง่ายแต่ลงตัว โปร่งโล่งสบาย น่านั่ง   ขอเริ่มจากเมนูขนม และเครื่องดื่มที่ไม่เหมือนใครอยากให้ลอง เช่น โฮจิฉะชาเย็น หอมโฮจิฉะด้านบนและชาเย็นด้านล่างเมื่อคนให้เข้ากันก็กลมกล่อมกำลังดี  Matcha Affogato ที่ใช้ชาเขียวมีคุณภาพทานกับไอศกรีมชาเขียวที่คนรักชาเขียวไม่ควรพลาด กาแฟโรบัสต้ารสชาติแบบที่รู้ว่าใช้กาแฟคุณภาพ หอมกลมกล่อม และเมนูขนมน่าทาน เช่น บราวนี่อาลาโม้ด บราวนี่อบร้อน ๆ ทานคู่กับไอศกรีมเข้ากัน วาฟเฟิลหอมกรุ่นทานคู่กับผลไม้และไอศกรีม แครมบรูว์เลรสนุ่มละมุนลิ้นหอมหวานกลิ่นคาราเมลอยู่ในจมูก และเมนูขนมน่าทานอีกเพียบ  …

เดินชิว อิ่มตัวแตก ใน 1 วันที่จันทบุรี

วันนี้เราพาไปเที่ยว จ.จันทบุรี มาดูกันว่าใน 1 วัน เราไปเที่ยวที่ไหนกันดี เริ่มกันที่ “ชุมชนตลาดริมน้ำจันทบูร” กันก่อน เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราพุ่งตรงไปที่ร้านก๋วยจั๊บป้าไหม แค่เดินผ่านก็ได้กลิ่นหอมของน้ำซุปใส่เครื่องเทศที่เคี่ยวโดยใช้เตาถ่านโชยมา รสชาติเข้มข้นแทบไม่ต้องปรุงเลยล่ะ เรามากันวันธรรมดาก็เลยไม่ต้องต่อคิว ได้ข่าวว่าถ้าเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะมาก ทานเสร็จเราไปเดินชมอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตึกในย่านนี้จะเป็นตึกทรงยุโรปเพราะสมัยนั้นชาวตะวันตกได้เข้ามาค้าขายที่จ.จันทบุรี ชุมชนนี้ถือเป็นศูนย์กลางทางการค้า พ่อค้าวาณิชจะล่องเรือสินค้าแล้วมาขึ้นฝั่งบริเวณนี้ จนได้รับอิทธิพลด้านสถาปัตยกรรมมาด้วย ชาวจันทบุรีมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นโดยเฉพาะเรื่องอาหาร เราลองไปชิมขนมที่ชาวบ้านที่นี่เค้าทำมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ อย่างข้าวตังโบราณหอมมันหวาน ๆ เค็ม ๆ รสเข้มข้นที่หากินได้ยาก ขนมไข่กรอบนอกนุ่มใน ไอศกรีมจรวด น้ำมะปี๊ดเปรี้ยวปรี๊ดสมชื่อ หรือจะนั่งจิบกาแฟสบาย ๆ ที่คาเฟ่แบบคนรุ่นใหม่ก็ได้ จากนั้นเราข้ามสะพานจากชุมชนริมน้ำมาที่โบสถ์คริสต์ “อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล“ โบสถ์คริสต์ที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย อายุกว่า 100 ปี เพื่อสักการะพระแม่มารี ทั้งองค์เก่าที่นำมาจากประเทศฝรั่งเศส และองค์ใหม่ที่ประดับด้วยอัญมณีเลอค่า ฝีมือประณีตสวยงาม อย่าพลาดชมกระจกสีสเตนกลาสที่ประดับรอบตัวโบส์ที่มีอายุเก่าแก่ไม่แพ้กัน บันไดวนที่ใช้ลิ่มเข้าเดือยโดยไม่ใช้ตะปู แท่นเทศน์อายุเก่าแก่ แกะสลักสวยงามมาก ๆ ดูแล้วอลังการสวยงามประทับใจ ท้องเริ่มหิวขนมเราแวะร้านกาแฟเก๋ ๆ “KAYS Expresso Bar” วันนี้เราสั่งกาแฟโมจิโต รสชาติเข้มกำลังดีไม่ขมมาก หอมกาแฟคั่วใหม่ และขนมฮันนี่โทสต์ชาโคล กรอบนอกนุ่มในอร่อย…

สักการะ 3 เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองเกินร้อย…ร้อยเอ็ด

ขอเชิญสายบุญมาทางนี้เลยจ้าา เตรียมตัวใส่ผ้าไทยนุ่งซิ่นไปทำบุญกันเถอะ วันนี้แอดมินจะพาเหล่าสายบุญ มาสะสมแต้มบุญกันที่จังหวัดร้อยเอ็ด หลาย ๆ คนชอบมาทำบุญกันที่ภาคอีสานเพราะนอกจากจะมีวัดหลายแห่งให้ไปสักการะแล้ว เกจิอาจารย์ชื่อดังส่วนใหญ่ก็ถือกำเนิดมาจากภาคอีสาน แอดมินขอแนะนำจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่สายบุญห้ามพลาดเลยล่ะ วันนี้แอดมินขอยกมาแนะนำ 3 เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่รับรองว่ายิ่งใหญ่อลังการแน่นอน ตามมาร่วมสาธุด้วยกันเลยค่ะ พระเจดีย์มหามงคลบัว พระเจดีย์แห่งนี้อยู่ที่ตำบลหนองแวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ดนี่เอง เป็นเจดีย์สีทองกลางทุ่งนามองเห็นมาแต่ไกล สร้างขึ้นจากดำริของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาในคำสอนของหลวงตามหาบัว  หลังจากที่หลวงตามหาบัวได้ละสังขารในปี พ.ศ. 2554 พระเจดีย์แห่งนี้ก็กลายเป็นอนุสรณ์ให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้เพื่อรำลึกถึงหลวงตามหาบัว ภายในพระเจดีย์มี 4 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน และรูปเหมือนของเกจิอาจารย์แห่งภาคอีสานหลายรูปให้ได้สักการะ ห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือธรรมะและคำเทศน์ของหลวงตา ห้องเพลงพื้นบ้านภาคอีสานเพื่อสืบทอดไว้ให้รุ่นลูกหลาน ตามดำริของหลวงตา และใครอยากพักกายพักใจก็มีห้องนั่งสมาธิด้วยนะ พระเจดีย์หินทราย วัดป่ากุงหรือวัดประชาคมวนาราม เจดีย์หินทรายแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระเจดีย์บรมพุทโธ ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อครั้งที่หลวงปู่ศรี มหาวิโร ได้เดินทางไปสักการะจนเกิดความประทับใจ ศิษยานุศิษย์จึงรวมใจสามัคคีกันสร้างพระเจดีย์ที่สวยงามแปลกตาแห่งนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสามัคคีและความดีของหลวงปู่ องค์พระเจดีย์สร้างลดหลั่นเป็นชั้นลงมาถึง 7 ชั้น แต่ละชั้นสร้างเป็นเจดีย์องค์เล็กตกแต่งด้วยภาพแกะสลักนูนต่ำเป็นเรื่องราวต่าง ๆ เช่น พุทธประวัติ พระเวสสันดรชาดก ชัยมงคลคาถา สังเวชนียสถาน 4…

เที่ยวสไตล์สายฮิป…ที่กาฬสินธุ์

ใครว่ากาฬสินธุ์ไม่มีอะไร แต่ในความไม่มีอะไรนี่แหละ มันมีอะไรซ่อนอยู่ อ่ะงงล่ะสิ เราว่าทุกที่มันก็มีเสน่ห์ในตัวของมันเอง หลายคนคงเบื่อกับเมืองที่นักท่องเที่ยวไปกันเยอะๆ ลองมาหาเมืองใหม่ ๆ ที่ยังมีบรรยากาศเงียบสงบ ชาวบ้านยังอยู่กันอย่างไม่เร่งรีบ ของกินของใช้ราคาก็ถูกสบายกระเป๋า เพราะยังไม่เป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้คนยิ้มแย้มเป็นมิตรแม้เราเป็นคนต่างถิ่น นี่แหละเสน่ห์ของกาฬสินธุ์ อย่างที่รู้กันว่าการเดินทางในภาคอีสานยังไม่ค่อยสะดวกเพราะที่เที่ยวแต่ละที่อยู่ไกลกันแถมรถโดยสารก็ไม่ค่อยมี แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา เราบินมาลงที่ จ.ร้อยเอ็ด แล้วเช่ารถขับเอง จากร้อยเอ็ดไปกาฬสินธุ์แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น มาดูกันว่าเรามาทำอะไรบ้างที่กาฬสินธุ์     1. เดินดูบ้านไม้เก่าในเมือง เราชอบเดินดูบ้านเรือนตึกเก่า ๆ ถ่ายรูปประตูหน้าต่างสวย ๆ ที่กาฬสินธุ์จะมีย่านวัดกลาง ที่เป็นบ้านไม้เก่าแก่อายุ 80-100 ปี ที่ผู้คนยังอาศัยอยู่ แต่มีบางบ้านก็ร้างไปแล้ว รถราที่นี่ยังไม่เยอะเลยเดินเล่นได้อย่างชิว ๆ ใครอยากมาเดินเล่นให้มาตรงวัดกลางแล้วเดินเล่นรอบ ๆ วัดได้เลย         2. นั่งชิวร้านกาแฟ ในเมืองเล็กๆ เราคิดว่าน่าจะมีร้านกาแฟเก๋ ๆ อยู่ที่ไหนซักที่ เราเดินมาเจอร้าน Cafe de Supak กับร้าน…

เที่ยวไหนดีที่ศรีสะเกษ เมืองแห่งกลิ่นอายวัฒนธรรมขอม

ถ้าพูดถึงศรีสะเกษ สิ่งแรกที่นึกถึงคือปราสาทโบราณอารยธรรมขอม ที่เป็นรากลึกทางวัฒนธรรมของปราสาทต่าง ๆ ในภาคอีสานของไทย น่าเสียดายที่ปราสาทเขาพระวิหารอันยิ่งใหญ่อลังการไม่สามารถเข้าไปชมได้ แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งรอให้เราไปเยี่ยมชม มีที่ไหนกันบ้าง ในทริปนี้เราเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินไปลงที่จ.อุบลราชธานี จากนั้นนั่งรถตู้สายกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และต่อด้วยรถโดยสารไปที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร หรือว่าจะเช่ารถขับที่สนามบินก็มีให้บริการ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษเท่านั้น เริ่มด้วยการออกตามหาร่องรอยของอารยธรรมขอม ที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแห่งนี้ นอกจากป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ภายในอุทยานแห่งชาติแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ ผามออีแดง เดินจากจุดบริการนักท่องเที่ยวไม่ไกลเราก็มาถึง จุดชมวิวผามออีแดง หน้าผาสูงชันที่เป็นปราการธรรมชาติแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา มองไปด้านล่างจะเห็นดินแดนฝั่งกัมพูชามีป่าไม้ขึ้นอย่างหนาแน่นเขียวขจีไกลสุดสายตา ในวันที่อากาศปลอดโปร่งจะมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่บนเขาอยู่ลิบๆ ให้ได้จินตนาการว่าถ้าเข้าไปดูใกล้ ๆ จะยิ่งใหญ่อลังการขนาดไหน ถ้ามาในช่วงเช้าที่อากาศเย็นหรือมีความชื้นสูง ใครโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกที่เป็นจุดที่สวยงามอีกจุด หรือถ้ามาช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตกดินก็สวยงามไปอีกแบบ เมื่อเดินตามสะพานไม้เลาะไปตามริมหน้าผามออีแดงด้านขวาลึกลงไปเป็นป่าไม้เขียวขจีในเขตกัมพูชาพอให้ได้เสียวเล็กน้อย เดินไม่ไกลจะพบภาพสลักนูนต่ำ เทพ 3 องค์ขนาดเท่าคนจริง อายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เชื่อว่าเป็นภาพที่สลักขึ้นเพื่อซ้อมมือก่อนเริ่มแกะสลักจริงที่ปราสาทเขาพระวิหาร หลายคนคิดว่านี่เป็นสิ่งเล็ก ๆ แต่มันแสดงถึงศิลปะที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในอดีตของอารยธรรมขอมที่ยังคงหลงเหลืออยู่อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ จากนั้นถ้าอยากชมปราสาทขอมอย่างใกล้ชิด ลองแวะไปที่ปราสาทโดนตวล เป็นปราสาทหินแบบขอมขนาดไม่ใหญ่ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15 – 16 ตั้งอยู่บริเวณบ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์…

เที่ยวงานบุญบั้งไฟ สีสันมันส์สุดที่ยโสธร

ถ้านึกถึงงานประเพณีของภาคอีสานแล้ว หลายคนคงนึกถึงงานบุญบั้งไฟ จ.ยโสธร เรียกว่าเป็นงานที่ทุกคนรอคอย ชาวบ้านจากอำเภอต่าง ๆ ใน จ.ยโสธร จะร่วมใจกันแสดงฝีมือในการตกแต่งขบวนบั้งไฟสีสันแสบทรวงเข้าประกวดในนามของวัดต่าง ๆ ในแต่ละอำเภอของตน งานนี้ไม่มีใครยอมใครเลยล่ะ ยังนึกถึงปีที่แล้วที่เราและแก๊งค์เพื่อนไปรอชมขบวนแห่กันถึงขอบถนนแบบริงไซด์ นอกจากการตกแต่งขบวนบั้งไฟที่งัดเอาไอเดียสุดบรรเจิดมาตกแต่งบั้งไฟแล้ว ผู้เข้าร่วมขบวนแห่ก็ต้องจัดเต็มไม่แพ้กัน   ทั้งนางรำ คนถือป้าย ขบวนวงดนตรีที่เล่นเพลงเซิ้งแบบมันหยด สร้างบรรยายกาศงานได้ม่วนคัก ทั้งชาวยโสธร นักท่องเที่ยว ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ต้องขอเซิ้งกันลืมแก่ ขนาดคนหนุ่มสาวอย่างพวกเรายังต้องยอมแพ้กันเลยล่ะ   และวันต่อมาจะเป็นไฮไลท์คือการแข่งจุดบั้งไฟ ใครขึ้นสูงและนานที่สุดชนะ นี่ก็ลุ้นกันตัวโก่งเพราะมันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี ฮาๆๆ แต่ไม่เป็นไร ใครแพ้ปีนี้ ปีหน้าก็มาแข่งกันใหม่ บั้งไฟนี้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีการทำจรวดของไทยเลยนะ แต่วัตถุประสงค์ดั้งเดิมจริง ๆ เค้าจุดขึ้นเพื่อบูชาพญาแถนเทพที่ดูแลให้ฝนตกตามฤดูกาล จะจัดขึ้นในช่วงก่อนเข้าฤดูฝนตามตำนานความเชื่อของชาวอีสาน เรียกว่ามางานเดียวจะได้สัมผัสทั้งความสนุก วัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิตจิตวิญญาณของชาวอีสานอย่างแท้ทรู   ถ้าอยากลองสัมผัสบรรยากาศม่วนซื่นที่บรรยายเท่าไหร่ก็คงไม่เหมือนได้ไปเที่ยวเอง และถ้าใครเบื่อที่เที่ยวเดิมๆ ลองออกไปสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนแบบได้อารมณ์ความมันส์ของงานประเพณีพื้นบ้านชาวอีสาน เตรียมตัวกันให้พร้อม ปีนี้เค้าจัดกันในวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2561 ที่สวนสาธารณะพญาแถน ในอำเภอเมืองยโสธร วันเสาร์จะเป็นการประกวดขบวนแห่บั้งไฟ ส่วนวันอาทิตย์เป็นการแข่งจุดบั้งไฟ

ตามล่าไดโนเสาร์…กาฬสินธุ์

ไฮไลท์สำคัญเมื่อมาเยือนกาฬสินธุ์คือการได้มาศึกษาเรื่องสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่าง “ไดโนเสาร์” สถานที่ที่จะให้ความรู้เรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” หลายคนอาจจะคิดว่าจังหวัดอื่นก็มีไดโนเสาร์ทำไมต้องมาที่กาฬสินธุ์ด้วย เพราะที่นี่จัดเป็นสถานที่สำคัญที่ใช้สำหรับศึกษาฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย รับรองว่ามาที่นี่คุ้มค่าแน่นอน พื้นที่บริเวณภาคอีสานตอนกลางนี้ มีการพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์มากมายหลายจังหวัด แต่เหตุที่เลือกใช้กาฬสินธุ์เป็นศูนย์กลางในเรื่องนี้เพราะที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์แห่งนี้ มีการพบฟอสซิลของไดโนเสาร์พันธุ์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการค้นพบซากที่สมบูรณ์นี้ มีความสำคัญมากในแง่โบราณคดีทางธรณีวิทยา เพราะทำให้เราได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของไดโนเสาร์เหล่านี้ในยามที่มีชีวิต จึงถือได้ว่าพิพิธภัณฑ์สิรินธรเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด นอกจากความรู้ที่ได้แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีการจัดแสดงที่สวยงาม อาคารที่มีหลังคาโดมโปร่งแสงตรงกลางที่มีความเท่มาก ไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศเลย เมื่อเราได้รู้เรื่องราวของไดโนเสาร์ในเรื่องวิชาการแล้ว เราไปตามล่าหาไดโนเสาร์กันต่อ  เราจะพาไปถ่ายภาพกับไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริงกันที่  Dinosaur Park ในอำเภอสหัสขันธ์ และที่สวนสาธารณะแก่งดอนกลาง ในเมืองกาฬสินธุ์ บรรยากาศจะเหมือนย้อนยุคเข้าไปอยู่ในยุคไดโนเสาร์จริง ๆ เลยล่ะ ในเมื่อกาฬสินธุ์เป็นเมืองที่ผูกพันกับไดโนเสาร์ขนาดนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คนกาฬสินธุ์ก็ไม่ได้หยุดแค่นี้ ยังมีการแอบใส่ลูกเล่นเล็ก ๆ ให้ผู้มาเยือนอย่างเรา ๆ ได้ค้นหาความกิ๊บเก๋ กับเมนูอาหารสุดน่ารักน่าถ่ายรูปอย่าง ขนมปังปิ้งไดโนเสาร์ โรตีไดโนเสาร์ ปังเย็นไดโนเสาร์ ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ ขนมชั้นไดโนเสาร์และที่เด็ดสุดคือข้าวจี่ไดโนเสาร์ที่มีให้เลือกทั้งแบบชุบไข่และไม่ชุบไข่ หน้าตาน่ารัก เห็นแล้วบอกได้เลยว่าคนกาฬสินธุ์มีความสร้างสรรค์ขนาดไหน ของกินเก๋ ๆ แบบนี้ เราหากินได้ที่ตลาดโรงสีกลางเมืองกาฬสินธุ์ ที่นี่เป็นโรงสีเก่าที่ดัดแปลงมาเป็นตลาดจำลองบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างมีสไตล์ มีทั้งของกินของใช้ที่วัยรุ่นชาวกาฬสินธุ์นิยมมานั่งชิวหาของกินและชอปปิ้ง ใครอยากมาเดินเล่นที่นี่เค้าเปิดทุกวันตั้งแต่เช้าถึงห้าทุ่ม มาเยือนกาฬสินธุ์ครั้งนี้ได้ทั้งความรู้ ความบันเทิง…

ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์

ได้ยินชื่อจังหวัดกาฬสิทธุ์ หลาย ๆ คนมักจะนึกไปถึงเมืองเล็ก ๆ ยากจน ไม่มีอะไรเที่ยว แต่เดี๋ยวนี้กาฬสินธุ์เปลี่ยนไปแล้ว ลบภาพเดิมออกไปให้หมด เดี๋ยวนี้เมืองกาฬสินธุ์เค้ามี concept ใหม่แล้วนะว่า “ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์” เป็นยังไงเดี๋ยวจะพาไปดูกัน เริ่มจาก landmark สุดเจ๋งที่นี่เลย “สะพานเทพสุดา” เป็นสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ที่อำเภอสหัสขันธ์ มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร สะพานแห่งนี้มีความสำคัญในเรื่องการเชื่อมโยงการเป็นประตูสู่อินโดจีน เพราะช่วยลดระยะทางจากหนองคายไปมุกดาหารได้ถึง 100 กิโลเมตร นอกจากความสำคัญด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปที่เจ๋งมาก เพราะสะพานยาวจนสุดสายตาเลยทีเดียว ไม่ไกลจากสะพานเทพสุดาก็เป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในอาเซียน แล้วยังเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยด้านไดโนเสาร์ที่ใหญที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย เมื่อย่างก้าวเข้ามาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เราจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสัตว์ขนาดใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่บนโลก ด้วยความที่ที่แห่งนี้ เป็นแหล่งขุดค้นที่พบฟอสซิลไดโนเสาร์กินพืชที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ ซึ่งการค้นพบฟอสซิลที่สมบูรณ์นี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่องการวิจัยด้านไดโนเสาร์เป็นอย่างมาก บริเวณที่ขุดพบคือบริเวณภูกุ้มข้าวใกล้กับวัดสักกะวัน อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากจะจัดแสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์ที่น่าสนใจแล้ว ยังมีเรื่องของการกำเนิดจักรวาลและโลก การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตขึ้นบนโลก จนถึงการเกิดและสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ และการกำเนิดมนุษย์ ซึ่งมีความน่าสนใจมาก และนอกจากฟอสซิลของไดโนเสาร์แล้ว ยังมีฟอสซิลของปลาโบราณที่ขุดพบจากภูน้ำจั้น ที่อำเภอกุฉินารายน์อีกด้วย…