ตามล่าไดโนเสาร์…กาฬสินธุ์

ไฮไลท์สำคัญเมื่อมาเยือนกาฬสินธุ์คือการได้มาศึกษาเรื่องสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่าง “ไดโนเสาร์” สถานที่ที่จะให้ความรู้เรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” หลายคนอาจจะคิดว่าจังหวัดอื่นก็มีไดโนเสาร์ทำไมต้องมาที่กาฬสินธุ์ด้วย เพราะที่นี่จัดเป็นสถานที่สำคัญที่ใช้สำหรับศึกษาฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย รับรองว่ามาที่นี่คุ้มค่าแน่นอน พื้นที่บริเวณภาคอีสานตอนกลางนี้ มีการพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์มากมายหลายจังหวัด แต่เหตุที่เลือกใช้กาฬสินธุ์เป็นศูนย์กลางในเรื่องนี้เพราะที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์แห่งนี้ มีการพบฟอสซิลของไดโนเสาร์พันธุ์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการค้นพบซากที่สมบูรณ์นี้ มีความสำคัญมากในแง่โบราณคดีทางธรณีวิทยา เพราะทำให้เราได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของไดโนเสาร์เหล่านี้ในยามที่มีชีวิต จึงถือได้ว่าพิพิธภัณฑ์สิรินธรเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด นอกจากความรู้ที่ได้แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีการจัดแสดงที่สวยงาม อาคารที่มีหลังคาโดมโปร่งแสงตรงกลางที่มีความเท่มาก ไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศเลย เมื่อเราได้รู้เรื่องราวของไดโนเสาร์ในเรื่องวิชาการแล้ว เราไปตามล่าหาไดโนเสาร์กันต่อ  เราจะพาไปถ่ายภาพกับไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริงกันที่  Dinosaur Park ในอำเภอสหัสขันธ์ และที่สวนสาธารณะแก่งดอนกลาง ในเมืองกาฬสินธุ์ บรรยากาศจะเหมือนย้อนยุคเข้าไปอยู่ในยุคไดโนเสาร์จริง ๆ เลยล่ะ ในเมื่อกาฬสินธุ์เป็นเมืองที่ผูกพันกับไดโนเสาร์ขนาดนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คนกาฬสินธุ์ก็ไม่ได้หยุดแค่นี้ ยังมีการแอบใส่ลูกเล่นเล็ก ๆ ให้ผู้มาเยือนอย่างเรา ๆ ได้ค้นหาความกิ๊บเก๋ กับเมนูอาหารสุดน่ารักน่าถ่ายรูปอย่าง ขนมปังปิ้งไดโนเสาร์ โรตีไดโนเสาร์ ปังเย็นไดโนเสาร์ ปาท่องโก๋ไดโนเสาร์ ขนมชั้นไดโนเสาร์และที่เด็ดสุดคือข้าวจี่ไดโนเสาร์ที่มีให้เลือกทั้งแบบชุบไข่และไม่ชุบไข่ หน้าตาน่ารัก เห็นแล้วบอกได้เลยว่าคนกาฬสินธุ์มีความสร้างสรรค์ขนาดไหน ของกินเก๋ ๆ แบบนี้ เราหากินได้ที่ตลาดโรงสีกลางเมืองกาฬสินธุ์ ที่นี่เป็นโรงสีเก่าที่ดัดแปลงมาเป็นตลาดจำลองบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างมีสไตล์ มีทั้งของกินของใช้ที่วัยรุ่นชาวกาฬสินธุ์นิยมมานั่งชิวหาของกินและชอปปิ้ง ใครอยากมาเดินเล่นที่นี่เค้าเปิดทุกวันตั้งแต่เช้าถึงห้าทุ่ม มาเยือนกาฬสินธุ์ครั้งนี้ได้ทั้งความรู้ ความบันเทิง…

ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์

ได้ยินชื่อจังหวัดกาฬสิทธุ์ หลาย ๆ คนมักจะนึกไปถึงเมืองเล็ก ๆ ยากจน ไม่มีอะไรเที่ยว แต่เดี๋ยวนี้กาฬสินธุ์เปลี่ยนไปแล้ว ลบภาพเดิมออกไปให้หมด เดี๋ยวนี้เมืองกาฬสินธุ์เค้ามี concept ใหม่แล้วนะว่า “ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์” เป็นยังไงเดี๋ยวจะพาไปดูกัน เริ่มจาก landmark สุดเจ๋งที่นี่เลย “สะพานเทพสุดา” เป็นสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ที่อำเภอสหัสขันธ์ มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร สะพานแห่งนี้มีความสำคัญในเรื่องการเชื่อมโยงการเป็นประตูสู่อินโดจีน เพราะช่วยลดระยะทางจากหนองคายไปมุกดาหารได้ถึง 100 กิโลเมตร นอกจากความสำคัญด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปที่เจ๋งมาก เพราะสะพานยาวจนสุดสายตาเลยทีเดียว ไม่ไกลจากสะพานเทพสุดาก็เป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในอาเซียน แล้วยังเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยด้านไดโนเสาร์ที่ใหญที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย เมื่อย่างก้าวเข้ามาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เราจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสัตว์ขนาดใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่บนโลก ด้วยความที่ที่แห่งนี้ เป็นแหล่งขุดค้นที่พบฟอสซิลไดโนเสาร์กินพืชที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ ซึ่งการค้นพบฟอสซิลที่สมบูรณ์นี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่องการวิจัยด้านไดโนเสาร์เป็นอย่างมาก บริเวณที่ขุดพบคือบริเวณภูกุ้มข้าวใกล้กับวัดสักกะวัน อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากจะจัดแสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์ที่น่าสนใจแล้ว ยังมีเรื่องของการกำเนิดจักรวาลและโลก การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตขึ้นบนโลก จนถึงการเกิดและสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ และการกำเนิดมนุษย์ ซึ่งมีความน่าสนใจมาก และนอกจากฟอสซิลของไดโนเสาร์แล้ว ยังมีฟอสซิลของปลาโบราณที่ขุดพบจากภูน้ำจั้น ที่อำเภอกุฉินารายน์อีกด้วย…

ย้อนอดีตอันรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา ความสัมพันธ์ไทยฮอลันดา

วันนี้จะพาทุกคนย้อนอดีตอันรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยา ในสมัยที่เป็นเมืองหลวงของสยาม คงจำกันได้ในบทเรียนประวัติศาสตร์ที่ชาวฮอลันดาเข้ามาทำการค้ากับสยาม เราไปดูกันว่ามีเรื่องราวความเป็นมาน่าสนใจอย่างไร ก่อนอื่นเราขอท้าวความประวัติศาสตร์กันซักนิด ในสมัยอยุธยา ไทยจัดว่าเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่มีความสำคัญมาก มีการทำการค้าขายกับต่างแดนหลายประเทศ หนึ่งในนั้นก็คือประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือ ฮอลแลนด์ ซึ่งเรียกตัวเองว่า ฮอลันดา หรือดัชต์ โดยเข้ามาทำการค้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2145 ในนามของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (Verenigde Oost-Indische Compagnie – VOC) ซึ่งถือเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดที่เข้ามาทำการค้าในสมัยนั้น สินค้าที่ VOC ให้ความสนใจได้แก่ ดีบุก หนังกวาง หนังปลากระเบน ไม้ฝาง ข้าว และสินค้าอื่น ๆ ขณะเดียวกันก็นำ ผ้าพิมพ์ลายจากอินเดีย เงินจากญี่ปุ่น เข้ามาค้าขายแลกเปลี่ยน ชาวฮอลันดา นอกจากจะสนใจเรื่องการทำการค้ากับไทยแล้ว ยังให้ความสนใจในเรื่องทางการฑูต ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของคนไทย โดยจะเห็นได้จากบันทึกของเจ้าหน้าที่ VOC หลาย ๆ คนที่เคยมาประจำอยู่ในประเทศไทย เมื่อมาถึงบ้านฮอลันดาจะเสมือนย้อนเวลาไปสู่อดีต ตัวอาคารเป็นสไตล์ตะวันตกในสมัยก่อนแต่ได้รับการปรับปรุงให้สวยงาม บ้านฮอลันดาหรือสำนักงานของ VOC แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน โดยอาคารเดิมได้เสียหายไปในสมัยเสียกรุงครั้งที่…

ตะลุยกิน ตะลุยช้อป ที่ตลาดในตำนาน อ.ต.ก. น่ากินไปซะทุกอย่าง

ฮัลโหลลล วันหยุดอย่างนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ ไปหาอะไรทานที่ตลาด อ.ต.ก. กัน หลาย ๆ คนต้องเคยได้ยินชื่อตลาดนี้เพราะอยู่คู่กรุงเทพฯ มานาน เป็นตลาดขวัญใจบรรดาแม่ ๆ ของพวกเราเลยทีเดียว  ลองมาดูว่าที่นี่เค้ามีอะไรบ้าง ไปกันข่ะ ที่นี่มีทุกสิ่งให้เลือกสรร เป็นตลาดที่สะอาดสะอ้านไม่เหมือนกับตลาดสดทั่วไปนะจ๊ะ เรียกว่าเป็นตลาดต้นแบบเลยแหละ เค้าจะแบ่งเป็นโซน ๆ มาเริ่มที่โซนแรกคือยกทะเลมาไว้ที่นี่เลยจ้าาาา โซนอาหารทะเล สด ๆ ตัวใหญ่มากกกก เค้าส่งตรงมาจากภาคใต้ มีทั้งกุ้งหอยปูปลา น่าซื้อไปปิ้งกินกะแก๊งเพื่อนคงฟินน่าดู แล้วยังมีปลาแซลมอนสด ๆ แร่ขายกันเป็นชิ้น ๆ ดูแล้วก็เหมือนตลาดปลาซึกิจิเลยแหละ มโนไปซะ นอกจากของสดแล้วยังมีโซนอาหารทะเลแห้ง เหมือนยกตลาดหนองมน หรือบ้านเพมาไว้ที่นี่เลยล่ะ เดินเข้ามาอีกหน่อยจะเจอผัก ผลไม้ตามฤดูกาล คัดมาแต่ลูกโต ๆ ของดีมีคุณภาพ สด ๆ ใหม่ ๆ จากสวน ดูแล้วน่ากินทั้งนั้นเลย อยากกินอะไรที่นี่มีทุกสิ่ง เดินไปกินไปเพลินไปอี้กกก เดินไปเดินมาเริ่มหิวละ เราไปร้านส้มตำที่พลาดไม่ได้เมื่อมาที่นี่ คือ ร้านสุดใจไก่ย่าง ร้านส้มตำในตำนาน แซบนัวอร่อยทุกอย่างจริง…

ล่องน้ำชมธรรมชาติไปกับ…… Little Amazon Takuapa (คลองสังเน่ห์)

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกันมาแล้วว่าประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่มีเอกลักษณ์คล้ายคลึงกับต่างประเทศ อย่างเช่น แกรนด์แคนยอนเมืองไทย (ผาช่อ จ.เชียงใหม่) ฟูจิเมืองไทย (ภูป่าเปาะ จ.เลย) หรือมัลดีฟเมืองไทย (The Blue Sky Resort จ.ระนอง) กันมาแล้ว วันนี้ผมจะพาทุกคนไปชมกับอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีในประเทศไทยเช่นกันนั่นก็คือ….. Amazon เมืองไทยนั่นเองงงงงง คลองสังเน่ห์ หรือ Little Amazon Takuapa เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งจะสามารถสร้างความเพลิดเพลินไปกับการล่องเรือชมธรรมชาติที่ไม่ได้ปรุงแต่งแม้แต่อย่างใด บอกได้เลยว่า… “ไม่ได้โม้” เพราะภายในป่าแห่งนี้ยังคงความเป็นป่าดิบชื้นและมีสัตว์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยระยะทางในการล่องเรือประมาณ 2 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 ชั่วโมง เราจะได้พบกับต้นไม้นานาชนิด แต่ที่เป็นจุดเด่นที่สุดก็คือต้นไทร เพราะต้นไทรที่นี่สูงและใหญ่มาก ขนาดว่าในบางช่วงต้นไทรทั้ง 2 ฝั่งแตกกิ่งก้าชนกันจนกลายเป็นซุ้มเลยทีเดียว และยังมีพร็อพถ่ายรูปเป็นรากต้นไทรที่ยาวจากต้นลงมาถึงพื้นน้ำอีกด้วย หลาย ๆ คนที่ชอบถ่ายรูปคงจะโพสท่าก็เป็นสิบ แต่ก็ระวังตกน้ำหน่อยนะ….แฮร่ ไฮไลท์ที่นี่จะเป็นอะไรไปไม่ไม่ได้นอกจากการเห็น “งู” ตัวเป็น ๆ ที่อยู่บนกิ่งไม้อย่างใกล้ชิด (จะดีใจดีไหมเนี่ย) เช่น งูปล้องทอง…

Stanley Mini Venture เมืองเล็กๆ ที่พื้นที่ไม่เล็ก

หากคุณเป็นคนนึงที่สนใจของเล่น เช่น รถไฟ ตัวตุ๊กตุ่น (ฟิกเกอร์) และสถานที่จำลองต่าง ๆ คุณไม่ควรพลาดที่นี่ “Stanley Mini Venture” “Stanley Mini Venture” ศูนย์รวมโมเดลจำลองขนาดจิ๋วที่มีอัตราส่วน 1:87 ที่อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนตื่นเต้นไปกับเมืองจำลองที่เหมือนคนจิ๋วใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนั้นจริง ๆ และสะท้อนให้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ ของสถานที่นั้น งั้นมาดูกันว่าสถานที่ต่าง ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง เริ่มจากจุดแรก ”เมืองแห่งทรัพยากร” เมืองนี้เป็นเมืองที่น่าสนใจเมืองหนึ่ง ซึ่งจะแสดงให้เห็นในส่วนของพลังงานและวัตถุที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ในส่วนนี้ก็จะมีการจำลองเขื่อนกักน้ำที่ใช้ในการปั่นไฟฟ้า และรูปแบบในการทำเหมืองแร่ว่าก่อนที่เราจะได้ใช้กระป๋อง จาน ชาม หรือวัสดุที่ผลิตจากดีบุกมีกระบวนการทำอย่างไร ดูไปดูมาเหมือนโมเดลพวกนั้นทำงานกันจริง ๆ เพราะมันขยับได้จริงจุดถัดมา ”เมืองแห่งเกษตรกรรมและปศุสัตว์” จะมีกลิ่นอายสไตล์ American Country ที่เมื่อเห็นแล้วจะทำให้รู้สึกว่า “เนี่ยแหละใช่เลย” มีฟาร์มสัตว์ ศูนย์การค้า และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าได้เห็นจะทำให้รู้สึกถึงชาวอเมริกันสมัยก่อนที่พวกเราได้เห็นกันในหนัง ต่อมาเป็นส่วนของอารยธรรมของชาวยุโรปที่มีลักษณะบ้านเมืองที่แตกต่างกันออกไปเหมือนเราได้ย้อนยุคไปดูบ้านเมืองสไลต์ยุโรปในสมัยก่อนว่าเป็นอย่างไร ไฮไลท์ของช่วงนี้จะเป็นการจัดพิธีแต่งงานที่โบสถ์ ถ้าใครไปที่นี่ห้ามพลาดเด็ดขาด และยังมีการจำลองปราสาทเก่าในสมัยอีกด้วย เป็นเพราะเหตุผลนี้จึงทำให้จุดนี้เรียกว่า “เมืองแห่งเรื่องราวประวัติศาสตร์” เข้าสู่ยุคที่มีการพัฒนาสู่ความเจริญมากขึ้นทำให้มีการคมนาคมที่สะดวกมากกว่าเดิมและเปี่ยมไปด้วยความบันเทิง จึงต้องเรียกที่นี่ว่า…

ตามล่าหาสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง…นางพญาเสือโคร่งบานที่เชียงใหม่

ทริปนี้เราตั้งใจตามหาซากุระหรือนางพญาเสือโคร่ง หลังจากพลาดโอกาสมาหลายปี เพราะนางพญาเสือโคร่งจะบานสะพรั่งแค่เพียง 2 – 3 สัปดาห์เท่านั้น เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็จะบานไม่พร้อมกัน บางที่เพิ่งบานแต่ที่อื่นโรยแล้วก็มีทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ทริปนี้โชคดีเรามาถูกจังหวะในช่วงต้นเดือนมกราคม เลยได้เห็นสีชมพูยังบานสะพรั่งละลานตา ดีต่อใจจริง ๆ  เราแบ่งทริปออกเป็นทิศเหนือกับใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ เริ่มจากที่ที่มีซากุระของจริงกันเลย “ดอยอ่างขาง” ซากุระของจริงที่เอามาปลูกจากญี่ปุ่นยังบานสะพรั่งสีชมพูสด ถึงต้นจะไม่ใหญ่มากนักแต่ความสวยไม่เป็นรองใคร จุดที่เราสามารถชมซากุระคือแปลงปลูกผักเมืองหนาว โครงการหลวงอ่างขาง สวน 80 ปี ซอยก่อนถึงโครงการหลวง และตามเส้นทางเที่ยวดอยอ่างขาง  นอกจากซากุระและนางพญาเสือโคร่งแล้ว อ่างขางยังมีที่เที่ยวฟิน ๆ อีกหลายจุดที่ไม่ควรพลาดอย่างไร่ชา 2000 ไร่สตอเบอร์รี่ที่มีผลผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงมีนาคม แปลงกุหลาบ ที่ชาวเขาช่วยกันปลูกส่งให้ทางโครงการหลวงนำมาจำหน่าย เรามีโอกาสได้คุยกับชาวเขาที่ดูแลแปลงกุหลาบอยู่ ชาวเขาบอกว่าทั้งหมดนี้ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นคนลงทุนริเริ่มการปลูกเอาไว้ให้พวกเขา ทำให้มีรายได้จากการขายกุหลาบ มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนทุกวันนี้ ฟังแล้วตื้นตันใจจนบอกไม่ถูก ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าพวกเขารักพระองค์มากแค่ไหน เราขอแนะนำให้ไปดูพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านได้ที่พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 ฝาง อยู่ทางขึ้นดอยอ่างขางนี่แหละ จะเป็นประวัติของการก่อตั้งโครงการหลวงและร้านดอยคำ ชาวเขาเมื่อปลูกพืชได้จะส่งผลผลิตมาที่นี่ แปรรูป และส่งขายตามร้านดอยคำทั่วประเทศ  เอาล่ะ…

ไปอุทัย กินอะไรดี

หิวของคาว บะหมี่เจ้เน้ย จุดเด่นของร้านบะหมี่เจ้เน้ยอยู่ที่เส้นหมี่ไข่ที่ทำเองวันต่อวัน และมีกรรมวิธีการลวกเส้นและปรุงรสที่เป็นเคล็ดลับเหมาะกับเส้นแบบที่ทำขึ้นเอง รวมถึงหมูแดงก็ทำเองเช่นกัน เมนูที่น่าสนใจมีทั้งบะหมี่เกี้ยว บะหมีหมูแดง และกระเพาะปลา ร้านอยู่ตรงข้ามกับศาลเจ้าปุ่นเถ่ากง ใกล้ๆกับสะพานเดินข้ามไปวัดอุโปสถาราม ขนาดร้านเล็กๆ เก่าแก่เปิดมาแล้วกว่า 80 ปี เปิดตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น โทร. 0 5652 0444, 08 8818 6191 สวนอาหารนกน้อย อาหารอร่อยบรรยากาศริมน้ำ เป็นเอกลักษณ์ของสวนอาหารนกน้อย เมนูแนะนำส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมนูปลาเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศริมน้ำสะแกกรังซึ่งถือเป็นจุดเด่นของร้านนี้ ไม่ว่าจะเป็น ปลาแรดทอดน้ำปลา ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ทอดมันปลากราย เนื้อปลากรายผัดขี้เมา ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 0 5651 1925 ข้าวมันไก่โกตี๋ จัดเป็นร้านเก่าแก่อีกร้านหนึ่งของเมืองอุทัย เปิดกิจการมาแล้วกว่า 50 ปี เป็นข้าวมันไก่สูตรไต้หวัน มีน้ำจิ้มมาให้สองแบบ นอกจากข้าวมันไก่ก็ยังมีเมนูอื่นๆที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะปลา หมูกรอบ เป็ดย่าง…

ความหนาวและสวนดอกไม้ ที่ไม่ต้องไปไกล บ้านแก่นมะกรูด อุทัยธานี

ใครจะรู้ว่าเราจะสามารถไปสัมผัสกับอากาศหนาวและสวนไม้ดอกเมืองหนาวได้โดยไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่หรือเชียงราย แค่ไม่ถึงครึ่งทางจากกรุงเทพฯ จังหวัดอุทัยธานีนี่ไง เส้นทางหลวงหมายเลข 333 จากอำเภอบ้านไรไปประมาณ 37 กิโลเมตร เราก็จะได้พบกับสวนดอกไม้เมืองหนาวที่มีชื่อว่า สวนพฤกษศาสตร์แก่นมะกรูด ที่นี่มีการปลูกพืชเมืองหนาวและจัดเป็นสวนสวยไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายภาพพร้อมกับชื่นชมความงามของไม้ดอกนานาพรรณ ที่นี่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร ทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โครงการไม้เมืองหนาวที่แก่นมะกรูดเกิดขึ้นจากโครงการหลวงที่ตั้งใจจะสร้างอาชีพให้กับชาวเขาเพื่อที่จะไม่ต้องทำลายป่า และจัดทำสวนสวยงามเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่และได้ซื้อผลิตภัณฑ์จากชาวเขาโดยตรง โดยได้ประโยชน์ทั้งชาวเขาที่ได้ขายผลิตผลทางการเกษตรโดยไม่ต้องเดินทาง นักท่องเที่ยวก็ได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าได้ในราคาถูก ที่ด้านในยังมีสวนสตรอว์เบอรี่ และร้านกาแฟสุดชิคชื่ออุ๊ยกื๋อ (เป็นภาษากระเหรี่ยงแปลว่าอร่อย) โดยใช้เมล็ดกาแฟที่ชาวเขาปลูกเอง บรรยากาศจากร้านแกแฟที่นี่ไม่เหมือนที่ไหนจริงๆ ก่อนกลับจากบ้านไร่แวะนมัสการหลวงพ่อองค์ใหญ่ที่วัดผาทั่ง ทางเดินเข้าไปที่องค์พระเป็นรูป “มกร” กลืนกินพญานาค อันเป็นคติความเชื่อของชาวเหนือ องค์หลวงพ่อโตมีความสูง 52 เมตร หน้าตักกว้าง 23 เมตร ปางประทานพร ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ แผนที่สวนพฤกษศาสตร์แก่นมะกรูด วัดผาทั่ง

เรียนรู้เรื่องราวในอดีตของอุทัยธานี ผ่านพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่สามารถเรียนรู้เรื่องราวจังหวัดอุทัยธานีจากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่..พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ในอดีตอาคารแห่งนี้ก่อนที่จะเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เคยเป็น “โรงเรียนเบญจมราชูทิศ” ที่ได้รับชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) อันมีความหมายถึงสร้างเพื่ออุทิศให้พระมหากษัติรย์องค์ที่ 5 เป็นอาคารไม้มี 2 ชั้น ภายในแบ่งเป็นห้องเรียนต่าง ๆ ภายหลังได้ยุบรวมกับโรงเรียนอุทัยทวีเวท เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่มาเป็น “อุทัยวิทยาคม” ซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นคนตั้ง จึงทำให้ชาวอุทัยฯ บางคนรู้สึกเสียดายที่ชื่อพระราชทานจาก รัชกาลที่ 6 หายไป แล้วหลังจากนั้นก็ได้บูรณะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี และตามห้องเรียนก็เปลี่ยนเป็นแหล่งเรียนรู้ต่างๆ แตกต่างกันออกไป ในชั้นที่ 1 ห้องแรกจะเป็นห้องที่ทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมรู้จักกับสถานที่แห่งนี้คือ ” ห้องประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ฯ” ตั้งแต่กำเนิดจนถึงปัจจุบัน ภายในจะเป็นบรรยากาศที่จะทำให้ทุกคนคิดถึงสมัยเด็ก จากสื่อการเรียนการสอนสมัยก่อน รูปภาพโรงเรียน นักเรียน และครูในสมัยที่ยังเป็นโรงเรียน อุปกรณ์การเรียนในสมัยนั้น ในสมัยนั้นนักเรียนเขียนตัวเขียนภาษาอังกฤษได้สวยและมีระเบียบมาก ทำให้อยากย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งนึง ห้องถัดมาเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพของชาวอุทัยฯ กันบ้างกับห้องที่มีชื่อว่า ” ห้องอาชีพของคนจังหวัดอุทัยธานี” ห้องนี้จะแสดงให้เห็นถึงวิถีการดำรงชีวิตของชาวอุทัยธานี เนื่องจากจังหวัดอุทัยธานีอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำ ลำคลองไหลผ่านหลายสาย จึงทำให้การทำนาเป็นที่แพร่หลายในจังหวัดนี้ ในส่วนก็จะมีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆในการทำนา และการทอผ้าที่เป็นที่แพร่หลายในจังหวัดอุทัยธานีจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทอผ้า อาจทำให้ผู้ที่มารับชมสนใจอยากลองทำนาหรือทอผ้าเพื่อเข้าใจในวิถีชีวิตของชาวอุทัยฯ ก็เป็นได้ และห้องสุดท้ายเป็นห้องที่ขาดไม่ได้เลย เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เกี่ยวกับวีรบุรษที่ชื่อว่า นายสืบ นาคะเสถียร…

อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ทหาร แหล่งเรียนรู้เพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละ

ใครที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณช่วงถนนพหลโยธินบรรจบกับถนนวิภาวดี จะเห็นอาคารรูปร่างแปลกตา ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักในชื่ออนุสรณ์สถานฯ แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่าที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ทหารอีกแห่งหนึ่งที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ข้างในมีอะไรบ้างเราไปดูกัน เมื่อเราเข้ามาในบริเวณของอนุสรณ์สถาน เราก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่นำเอาอาวุธยุโธปกรณ์ต่างๆ ที่ปลดระวางแล้ว มาจัดแสดงให้เราได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นรถหุ้มเกราะ รถถังจนไปถึงอากาศยานต่างๆ ให้เราได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และเมื่อเดินเข้าไปถึงตัวอาคาร ที่ด้านหน้าของอาคารทรงไทยประยุกต์ จะเป็นลานประกอบพิธี ซึ่งลานกว้างซึ่งใช้ในการประกอบพิธีวางพวงมาลาในพิธีสำคัญต่างๆ และยังใช้เป็นสถานที่สำหรับต้อนรับประมุข หรือบุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศ โดยลานนี้สามารถตั้งแถวกองทหารเกียรติยศได้ถึง 3 กองร้อย อาคารทรงไทยไทยประยุกต์ที่เห็น ก็คืออาคารประกอบพิธี โดยก่อนที่เราจะเข้าไปในอาคาร ที่ด้านหน้าของอาคารเราจะพบกับดวงโคมนิรันดร์ประภา ที่เป็นตัวแทนของเกียรติคุณของทหารกล้า ที่จะสถิตอยู่ในใจปวงชนชาวไทยตลอดไป ภายในอาคารมีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระบรมรูปมหาราช 9 พระองค์ ภาพเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระราชทานให้กับทหารที่ผ่านสงครามต่างๆมา มีลักษณะเป็นกระจกสีอยู่ที่ผนังอาคาร และภาพสิ่งมงคล 8 ประการที่เป็นกระจกสีเช่นเดียวกัน และยังมีภาพการก่อตั้งราชธานีที่ 4 แห่งเป็นภาพจำหลักนูนต่ำบนแผ่นไม้สักทอง นอกจากนี้ภายในอาคารแห่งนี้ ยังเป็นที่เก็บดินสมรภูมิ ซึ่งเก็บมาจากสมรภูมิรบในครั้งอดีต โดยมีการศึกษาถึงยุคสมัยของชั้นดินที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เพื่อเป็นตัวแทนของทหารในครั้งอดีตที่ยังไม่เคยมีการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์มาก่อน ถัดจากอาคารประกอบพิธี ก็จะเป็นอาคารแปดเหลี่ยมมียอดแหลมที่เราคุ้นตาเมื่อมองจากภายนอก เป็นอาคารประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร โดยด้านหน้าอาคารเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับยืนขนาดเท่าพระองค์จริง แกะสลักด้วยหินอ่อนจากอิตาลี โดยชั้นที่ 1 จัดแสดงหุ่นจำลองของเหตุการณ์สงครามต่างๆ ที่กองทัพไทยเข้าไปมีส่วนในการรบ 5…

ร้านขนม & Café ใน จ.ขอนแก่นที่เห็นแล้วต้องยอมอ้วน

Neighbour Café คาเฟ่สีขาวเล็กๆ ของสองพี่น้องที่มีใจรักในการทำขนมแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็ก ๆ ใจกลางเมืองขอนแก่น ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแถมเจ้าของร้านยังน่ารักเป็นกันเอง ให้บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อนตามคอนเซ็ปของร้าน ทำให้มีแฟนประจำแวะเวียนมาชิมขนมที่มีเมนูหลากหลาย ผลัดเปลี่ยนไปตามไอเดียของเจ้าของร้านที่มักคิดค้นเมนูแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่เสมอ หรือใครอยากจะมานั่งทำงานในบรรยากาศชิว ๆ ก็สามารถทำได้ เมนูแนะนำในช่วงนี้คือ เค้กกล้วยหอม Waffle Whole Wheat  อบใหม่ ๆ เมนูเครื่องดื่มก็แปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่าง Banoffee Twist ที่ดัดแปลงจากขนมมาเป็นน้ำปั่นที่เข้ากันได้ดี หรือ Taro Milk Shake ก็กลมกล่อมหวานกำลังดี สำหรับคอกาแฟก็อย่าพลาดลาเต้อาร์ทสวย ๆ รสกลมกล่อมหอมกรุ่น Neighbour Café เปิดทุกวันเวลา 10.30 – 19.00 น. fb : Neighbour Café พิกัด 16.42564,102.83661 ปั้นแป้ง ร้านเค้กเล็ก ๆ ตกแต่งในสไตล์มินิมอลแบบญี่ปุ่นร้านนี้ฝีมือการทำเค้กไม่ธรรมดาที่ใครชอบทานเค้กไม่ควรพลาด เค้กของที่นี่จะทำสดใหม่อยู่เสมอ ด้วยเค้กแต่ละชนิดจะมีแฟนประจำที่คอยแวะเวียนมาซื้อ ใครมาช้าเค้กที่เล็งไว้อาจจะหมดได้ ที่นี่จะมีหลากหลายเมนู รสชาติหอมละมุน ไม่หวานมากนัก เมนูยอดนิยมเช่น…